คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลสองฝ่ายสมัครใจทะเลาะวิวาททำร้ายกันเอง ไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และการกระทำของบุคคลที่สามที่เข้ามาร่วมกระทำผิดโดยรู้เห็นว่ามีการทะเลาะวิวาทกันอยู่ก่อนแล้ว ไม่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 และผู้ตายสมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยที่ 1 ร้องให้ช่วย จำเลยที่ 2 จึงเอาเหล็กงัดยางกว้าง 2 นิ้ว หนา1 กระเบียด ยาวศอกเศษ ตีผู้ตายที่ศีรษะและดั้งจมูกโดยแรง จนผู้ตายล้มฟุบแล้ว จำเลยที่ 1 ก็เอามีดซึ่งหลุดจากมือผู้ตายมาแทงผู้ตายและผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและจำเลยที่ 2 ก็เป็นตัวการในการกระทำความผิดนั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่ถือว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยที่ 1 โดยชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยที่ 2 ได้รู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และผู้ตายสมัครใจวิวาททำร้ายซึ่งกันและกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้ไม้ตะบอง เหล็กงัดยางรถยนต์ และมีดปลายแหลมเป็นอาวุธ ตีและแทงทำร้ายนายสุดชา วุฒิงาม โดยเจตนาฆ่า ทำให้นายสุดชาได้รับบาดแผลเป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัสและถึงแก่ความตายด้วยบาดแผลที่ถูกทำร้ายนั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๙๗, ๘๓ และริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๑๖ ปี ของกลางริบ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ และผู้ตายสมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เพราะฉวยโอกาสแทงในขณะที่ผู้ตายล้มฟุบอยู่และเลือกแทงในที่สำคัญจนผู้ตายถึงแก่ความตาย ส่วนจำเลยที่ ๒ เมื่อจำเลยที่ ๑ ร้องให้ช่วย จำเลยที่ ๒ จึงเอาเหล็กงัดยางกว้าง ๒ นิ้ว หนา ๑ กระเบียด ยาวศอกเศษ ตีผู้ตายที่ศีรษะและดั้งจมูกโดยแรงจนดั้งจมูกยุบ จำเลยที่ ๒ ได้รู้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ และผู้ตายสมัครใจวิวาททำร้ายซึ่งกันและกัน จำเลยที่ ๒ จะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยที่ ๑ โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ พฤติการณ์ของจำเลยที่ ๒ ที่กระทำลงไปได้ชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในการกระทำความผิด จึงเป็นตัวการในการกระทำความผิดนั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2511
อัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์
นายทองแดง วิจารณ์จันทร์ ที่ 1 นายโสม คงสำราญ ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสุรินทร์ · ล. - นายทองแดง วิจารณ์จันทร์ ที่ 1 นายโสม คงสำราญ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายธรรมสถิตย์ ธีระกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา