⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 556/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ขายผิดสัญญาไม่ยอมโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ขายต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผิดสัญญานั้น แม้ความเสียหายนั้นจะเกิดจากการที่ผู้ซื้อต้องไปผิดสัญญาที่ตนทำไว้กับบุคคลภายนอกก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

หลังจากจำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้โจทก์แล้ว แต่ยังไม่ถึงวันโอนตามที่กำหนดไว้ในสัญญานั้น โจทก์ได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้บุคคลที่ 3 โดยกำหนดว่าโจทก์จะโอนที่พิพาทให้บุคคลที่ 3 ในวันเดียวกันกับที่จำเลยจะต้องโอนที่พิพาทให้โจทก์ ถ้าโจทก์ผิดสัญญาโจทก์ต้องเสียเบี้ยปรับ 40,000 บาท โจทก์ได้แจ้งเรื่องสัญญาและเบี้ยปรับให้จำเลยทราบแล้ว ต่อมาเมื่อถึงกำหนดวันโอน จำเลยไม่ยอมโอนที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ถูกบุคคลที่ 3 ปรับ 40,000 บาท จำเลยต้องชำระค่าเสียหาย 40,000 บาทนี้ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 วรรค 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย และขอให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์ได้เสียเป็นเบี้ยปรับให้แก่ผู้ที่จะซื้อที่พิพาทนี้ต่อจากโจทก์ เพราะโจทก์ไม่อาจโอนที่พิพาทให้ได้ โดยเหตุที่จำเลยผิดสัญญาไม่โอนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาทด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้นายสงุ่น โดยกำหนดจะโอนที่พิพาทให้ในวันเดียวกันกับที่จำเลยสัญญาว่าจะโอนที่พิพาทให้โจทก์ และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบก่อนกำหนดวันโอนที่พิพาทถึงเรื่องนี้และจำนวนเบี้ยปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์จะต้องให้แก่นายสงุ่นในกรณีที่โจทก์ผิดสัญญา จำเลยไม่เคยบอกเลิกสัญญากับโจทก์ ครั้นถึงกำหนดวันโอน จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมโอนที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ต้องเสียเบี้ยปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท ให้แก่นายสงุ่น แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาทนี้เป็นค่าเสียหายจากพฤติการณ์พิเศษ การที่โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงเรื่องนี้ก่อนวันที่จำเลยสัญญาจะไปโอนที่พิพาทให้โจทก์ตามสัญญา เป็นการให้จำเลยคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นล่วงหน้าตามมาตรา ๒๒๒ วรรค ๒ แล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินจำนวนนี้แก่โจทก์ จำเลยหาต้องทราบหรือคาดเห็นถึงพฤติการณ์นี้ก่อนทำสัญญาไม่ พิพากษาแก้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2511 นายช้วน ฉิมแก้ว โจทก์ นางสมจิตต์ วิศิษฎ์สิน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายช้วน ฉิมแก้ว · ล. - นางสมจิตต์ วิศิษฎ์สิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสันต์ ภู่ประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 824/2491ฎีกา 5459/2537ฎีกา 3549/2528ฎีกา 6288/2548ฎีกา 3251/2534ฎีกา 464/2567ฎีกา 2385/2523ฎีกา 3010/2543ฎีกา 4192/2536ฎีกา 788/2499ฎีกา 2118/2523ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1141/2502ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1108/2544ฎีกา 3887/2534ฎีกา 73/2522ฎีกา 3999/2559ฎีกา 262/2473ฎีกา 4731/2530ฎีกา 939/2538ฎีกา 2720/2526ฎีกา 91/2541ฎีกา 1183/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา