⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 668/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จะไม่สามารถยกข้อนี้ขึ้นฎีกาได้ เว้นแต่จะเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ยืมตามสัญญาจากจำเลย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่า หนี้ยังไม่ถึงกำหนดเวลาชำระตามสัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ดังนี้จำเลยจะยกปัญหาข้อนี้ขึ้นฎีกาไม่ได้ เพราะจำเลยมิได้ยกเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (อ้างฎีกาที่ 1490/2498)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกู้เงินโจทก์และผิดนัดไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ลายมือชื่อในสัญญากู้หากเป็นลายมือชื่อจำเลยที่ ๒ จริง ก็เกิดโดยการทุจริตของจำเลยที่ ๑กับโจทก์สมคบกันหลอกลวงให้จำเลยที่ ๒ ลงชื่อ จำเลยที่ ๒ ได้กระทำโดยปราศจากความรู้สึกผิดชอบ เพราะเป็นใบ้มาแต่กำเนิดซึ่งโจทก์ทราบดี และศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๒ เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ นิติกรรมจึงเป็นโมฆียะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ ๒ ยังมีสติรู้จักผิดชอบ และได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไปจริง พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์คงมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า หนี้เงินกู้รายที่โจทก์ฟ้องยังไม่ถึงกำหนดชำระ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๒ ผิดสัญญา ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ภายในกำหนดวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๗ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า ไม่เคยกู้เงินและรับเงินจากโจทก์ และปฏิเสธลายเซ็นชื่อในสัญญากู้ หากเป็นลายเซ็นของจำเลยที่ ๒ จริง ก็เกิดจากการทุจริตของจำเลยที่ ๑ กับโจทก์สมคบกันหลอกลวงให้จำเลยที่ ๒ ลงชื่อนอกจากนั้นก็ต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๒ เป็นใบ้ มีร่างกายไม่สมประกอบปราศจากความรู้สึกผิดชอบ จำเลยที่ ๒ มิได้ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะหนี้รายนี้ยังไม่ถึงกำหนดเวลาชำระตามสัญญาแต่ประการใดเลย เมื่อจำเลยที่ ๒ มิได้ตั้งประเด็นยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะยกขึ้นวินิจฉัย ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๙๐/๒๔๙๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2511 นายเสริม ภู่สิงห์ โจทก์ นายบุญมี คงอ่อน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสริม ภู่สิงห์ · จำเลย - นายบุญมี คงอ่อน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจิต ไชยาคำ · ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 4484/2536ฎีกา 3827/2542ฎีกา 497/2539ฎีกา 759/2519ฎีกา 459/2546ฎีกา 8087/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา