⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 771-772/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771-772/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ไม่อาจถูกครอบครองปรปักษ์ได้. การพิพากษาของศาลต้องไม่เกินกว่าข้อหาที่โจทก์ฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง.

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งทางการประกาศหวงห้ามสงวนไว้เพื่อผังเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดแบ่งให้กรมราชทัณฑ์ใช้ปลูกสร้างที่ทำการเรือนจำ เรือนขัง โรงงานบ้านพักพัศดี และมีที่ดินเหลือไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการเรือนจำด้วยนั้น. ย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(3) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และให้ขับไล่จำเลยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินเลยถึงที่นอกพิพาทด้วย ย่อมเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นเกินคำขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้บุกรุกที่ดินราชพัสดุ อันเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งเรือนจำอำเภอตะกั่วป่ากรมราชทัณฑ์ได้ใช้ประโยชน์ตั้งสถานที่ราชการและครอบครองทำประโยชน์ในราชการ ขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และขับไล่จำเลย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า ที่พิพาทไม่ใช่ที่ดินราชพัสดุ แต่เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินจำเลย ซึ่งได้ครอบครองตลอดมา ทางการไม่เคยประกาศหวงห้าม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า ได้มีการประกาศเขตหวงห้ามที่ดินซึ่งเป็นป่ารกร้างว่างเปล่าสงวนไว้เพื่อผังเมืองเป็นการใช้ประโยชน์ร่วมกันที่ดินจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินดังกล่าว พิพากษาว่า ที่ดินภายในเขตสีเหลืองซึ่งรวมทั้งที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ให้ขับไล่จำเลย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินซึ่งทางการได้ประกาศหวงห้ามเพื่อการผังเมือง และผู้ว่าราชการจังหวัดได้จัดแบ่งให้กับกรมราชทัณฑ์ เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการของเรือนจำอำเภอตะกั่วป่ากรมราชทัณฑ์ได้สร้างเป็นที่ทำการเรือนจำ เรือนขังชายหญิง โรงงานบ้านพักพัศดี และมีที่ดินเหลือไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการของเรือนจำด้วย จึงเป็นทรัพย์ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๐๔(๓) และได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุของกระทรวงการคลังแล้ว เมื่อจำเลยบุกรุก กระทรวงการคลังย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ได้ แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า ที่ดินภายในเขตเส้นสีเหลือง ซึ่งรวมทั้งที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้พิพาทกันเฉพาะที่พิพาท การที่พิพากษาเกินเลยไปถึงที่นอกพิพาทด้วย ย่อมเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น เกินคำขอ พิพากษาแก้ว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771 - 772/2511 กระทรวงการคลัง โดยนายกระจ่าง คีรินทร์นนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอตะกั่วป่า ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายวงษ์ อารักษ์ จำเลย กระทรวงการคลัง โดยนายกระจ่าง คีรินทร์นนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอ ตะกั่วป่า ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายยอง ฤทธี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความคีรินทร์นนท์ - กระทรวงการคลัง โดยนายกระจ่าง · โจทก์ - ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอตะกั่วป่า ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายวงษ์ อารักษ์ · ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอ - กระทรวงการคลัง โดยนายกระจ่าง คีรินทร์นนท์ · โจทก์ - ตะกั่วป่า ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายยอง ฤทธี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายอรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2718/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา