⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 857/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันแล้ว ศาลไม่จำต้องสืบพยานอีก หากข้อเท็จจริงนั้นเพียงพอต่อการวินิจฉัยชี้ขาดคดี

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงใดซึ่งคู่ความรับกันและศาลจดไว้แล้ว คู่ความไม่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นอีก เมื่อข้อเท็จจริงที่รับกันเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจงดสืบพยาน และพิพากษาคดีไปโดยไม่จำต้องสืบพยานหลักฐานอื่นใดอีก คู่ความท้ากันสืบพยานเพียงประเด็นข้อเดียว ส่วนประเด็นข้ออื่นไม่ติดใจว่ากล่าวย่อมถือว่าสละข้อต่อสู้อื่น และไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่ศาลจะต้องวินิจฉัยนอกเหนือไปจากที่ท้ากัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๑ ผู้กู้และจำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกัน ตามสัญญาซึ่งตกลงกันต่อหน้าศาลในคดีอาญาสินไหม จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าได้ทำสัญญากู้และค้ำประกันจริง เพราะโจทก์ใช้อุบายหลอกลวงให้คำมั่นว่าจะถอนคดีทั้งปวงที่โจทก์ฟ้องรวมตลอดทั้งคำร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยที่ ๑ แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญา จำเลยที่ ๒ ได้บอกล้างสัญญาแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิด และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ชั้นพิจารณาคู่ความรับกันว่า โจทก์จำเลยได้ตกลงกันต่อหน้าศาลว่า จำเลยที่ ๑ ยินยอมให้เงินโจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท เมื่อโจทก์ถอนคดีอาญารวม ๓ คดี ดังระบุหมายเลขแต่วันตกลงจำเลยที่ ๑ ยังไม่มีเงินชำระ จึงได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ ผัดชำระภายใน ๕ เดือนและจำเลยที่ ๒ ได้เป็นผู้ค้ำประกัน ปรากฏตามสัญญากู้ที่ส่งศาลแล้วโจทก์ได้ขอถอนฟ้องคดีดังกล่าวในวันนั้น ครั้นถึงกำหนด จำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระเงินตามสัญญา โดยจำเลยที่ ๑ อ้างว่า โจทก์ยังถอนคดีไม่หมด คู่ความตกลงท้ากันขอสืบพยานเพียงประเด็นข้อเดียวว่า โจทก์ถอนคดีหมดหรือยัง ถือเป็นข้อแพ้ชนะ ส่วนประเด็นข้ออื่นไม่ติดใจว่ากล่าวต่อไป ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงสั่งงดสืบพยาน และวินิจฉัยว่า โจทก์ถอนคดีหมดแล้ว จำเลยต้องแพ้ตามคำท้า พิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ใจความสำคัญว่า สัญญากู้มิได้ทำต่อหน้าศาล และโจทก์ตกลงถอนคดีทั้งหมดรวมทั้งคำร้องทุกข์ด้วย ศาลชั้นต้นมิได้รู้ถึงข้อตกลงนี้ ควรให้นำสืบพยานประกอบว่าได้ตกลงกันมีสารสำคัญประการใดไม่ใช่ถือเพียงรายงานที่ศาลจดไว้ อนึ่งจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดข้อตกลง จำเลยบอกเลิกสัญญาแล้ว และโต้แย้งความสมบูรณ์ของสัญญา แต่ศาลล่างไม่ได้วินิจฉัยประเด็นเหล่านี้ถ้าไม่ได้ฟังพยาน ย่อมจะทราบข้อเท็จจริงไม่ได้ นอกจากนั้น จำเลยยังฎีกาเถียงข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังถอนคดีไม่หมด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญากู้จะได้ทำขึ้นต่อหน้าศาลหรือไม่นั้นไม่ทำให้ผลของสัญญาเปลี่ยนแปลง เพราะคู่ความรับกันแล้วว่าทำสัญญาจริง ข้อตกลงระหว่างคู่กรณีมีสารสำคัญประการใดนั้น คู่ความได้แถลงรับข้อเท็จจริงกันปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแล้ว ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นอีก ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔(๑) เพราะเป็นอันฟังได้ตามที่รับกัน และเมื่อข้อเท็จจริงที่รับกันเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีแล้ว ก็ไม่จำต้องนำสืบพยานหลักฐานอื่นใดอีกศาลมีอำนาจงดสืบพยานได้ ตามที่คู่ความรับกันฟังได้ว่า ที่จำเลยทำสัญญากู้และค้ำประกันให้โจทก์ก็เนื่องจากโจทก์ยอมถอนคดีอาญา ๓ เรื่องจากศาล และโจทก์ได้ถอนไปแล้วในวันทำสัญญานั้นที่จำเลยเถียงว่า โจทก์ยังถอนคดีไม่หมด จึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่รับกัน ฟังไม่ขึ้น แม้ในคำให้การจำเลยจะต่อสู้ว่า ต้องให้โจทก์ถอนคดีที่ร้องทุกข์ไว้ต่อพนักงานสอบสวนด้วย แต่เมื่อในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลไม่ปรากฏว่า จำเลยได้แถลงความข้อนี้ไว้ ย่อมจะหมายความรวมถึงการถอนคดีชั้นพนักงานสอบสวนด้วยไม่ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยประเด็นข้ออื่นที่จำเลยต่อสู้นั้น ปรากฏว่า คู่ความท้าสืบพยานเพียงประเด็นข้อเดียวว่า โจทก์ถอนฟ้องคดีหมดหรือยัง ถือเป็นข้อแพ้ชนะส่วนประเด็นอื่นไม่ติดใจว่ากล่าวต่อไป ย่อมถือได้ว่าข้อต่อสู้อื่นของจำเลยเป็นอันสละไม่ถือเป็นประเด็นข้อพิพาทแล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อต่อสู้อื่นของจำเลย จึงเป็นการวินิจฉัยที่ชอบ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่รับกันว่าโจทก์ได้ถอนคดีหมดแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2511 นายประสิทธิ โต๊ะตระกูล โจทก์ นายถวิล เกิดหลำ ที่ 1 นายประสิทธิ ชูพินิจ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ โต๊ะตระกูล · จำเลย - นายถวิล เกิดหลำ ที่ 1 นายประสิทธิ ชูพินิจ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตาก - นายสุธีร์ จันทร์เจริญสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายดวง ดีวาจิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3007/2525ฎีกา 685/2550ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 62/2539ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา