⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 958/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 958/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยทันที เป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดฐานชิงทรัพย์ หากไม่มีองค์ประกอบนี้ จะไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่จะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยใช้วาจาขู่เข็ญ หาได้ระบุบ่งชัดไปว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายไม่ จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ของนายเสบ ปานแตง ไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญเด็กชายนุโลม ปานแดง บุตรเจ้าทรัพย์เพื่อความสะดวกเพื่อเอาทรัพย์และปกปิดการกระทำผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริง แต่จำเลยมิได้ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ และจำเลยขึ้นไปบนบ้านผู้เสียหายโดยถือวิสาสะเป็นการอนุญาตแล้ว คงมีความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดา พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ จำคุก ๑ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ ข้อหานอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ปรึกษาว่า จำเลยพูดกับเด็กชายนุโลมว่า อย่าดังนั่งให้นิ่ง สั่งไม่ให้ตามไปดูจำเลย เมื่อลักกล่องสีขาวออกมาและได้พูดว่า ถ้าบอกพ่อแม่จะกลับมาฆ่า เป็นการทำให้เด็กชายนุโลมกลัวว่าถ้าส่งเสียงเอะอะจะถูกทำร้าย จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรค ๒ ให้จำคุกจำเลยไว้ ๓ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ที่เด็กชายนุโลมเบิกความว่า จำเลยพูดว่าอย่าดังนั่งให้นิ่ง ออกจากห้องแล้วจำเลยสั่งว่า อย่าบอกพ่อแม่ ถ้าบอกจะกลับมาฆ่า ที่ไม่ได้ไปบอกพ่อแม่ที่ไร่เพราะกลัวจำเลย รวมความแล้วก็พอฟังได้ว่าเด็กชายนุโลมกลัวจำเลยจะทำร้าย แต่ไม่เป็นการแน่ชัดว่าจำเลยจะทำร้ายในทันใดนั้นหรือในเวลาใดต่อมา ดังที่จำเลยว่าจะกลับมาฆ่า ก็เป็นการขู่ว่าจะทำร้ายต่อภายหลัง เมื่อไม่ชัดแจ้งว่า การขู่ว่าจะทำร้ายนั้น เป็นการทำร้ายในทันใดนั้น ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ โดยเฉพาะการขู่เข็ญนี้ โจทก์ก็บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยใช้วาจาขู่เข็ญ หาได้ระบุบ่งชัดลงไปว่า ในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายไม่ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 958/2511 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายสถิตย์ พลสังข์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายสถิตย์ พลสังข์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 529/2509ฎีกา 1147/2546ฎีกา 2530/2527ฎีกา 5999/2544ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 213/2554ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 778/2519ฎีกา 2845/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 3613/2549ฎีกา 3380/2531ฎีกา 851/2487ฎีกา 490/2542ฎีกา 4893/2549ฎีกา 3620/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา