⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1000/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ร่วมได้อุทธรณ์และฎีกาต่อมา พนักงานอัยการโจทก์ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมกับโจทก์ร่วม ย่อมมีสิทธินำสืบพยานต่อไปได้ และศาลอุทธรณ์สามารถฟังพยานนั้นวินิจฉัยคดีได้

ย่อคำพิพากษา

แม้พนักงานอัยการโจทก์มิได้อุทธรณ์ แต่โจทก์ร่วมได้อุทธรณ์และฎีกาต่อมา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(14) อธิบายคำว่า "โจทก์" ไว้ว่า หมายความถึงพนักงานอัยการหรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน ดังนั้น โจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการต่างจึงมีฐานะเป็นโจทก์ด้วยกัน เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งงดไม่สืบต่อไปให้เสร็จ พนักงานอัยการโจทก์จึงมีสิทธินำสืบต่อไปได้ ศาลอุทธรณ์จึงฟังพยานที่นำสืบต่อไปนั้นวินิจฉัยคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่หลบหนี ได้ใช้อำนาจด้วยกำลังกายฉุดคร่าประทุษร้ายผู้เสียหายให้ไปกับจำเลย ผู้เสียหายขัดขวาง จำเลยจึงใช้อาวุธปืนและกระสุนซึ่งมีไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงทำร้ายผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๙๑, ๒๘๔, ๒๘๘, ๓๒ และพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ และริบของกลาง จำเลยที่ ๑ รับสารภาพในข้อมีอาวุธปืนตามฟ้องไม่รับอนุญาต ส่วนข้อหาฉุดคร่า ในชั้นแรกต่อสู้ว่า ผู้เสียหายนัดแนะให้พาหนี บิดาผู้เสียหายตามไปทันทำท่าจะยิงจำเลยจึงยกปืนขู่ ผู้เสียหายเข้าแย่งปืนจากจำเลย ปืนจึงลั่นถูกผู้เสียหาย ต่อมาจำเลยที่ ๑ ถอนคำให้การและรับสารภาพตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ นายเหิม ทองแจ้ง บิดาผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมิได้สั่งประการใด เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ ๓ ปาก ศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานโจทก์พอวินิจฉัยคดีได้ จึงให้งดสืบพยานที่คู่ความขอสืบแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ รับสารภาพได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง สำหรับจำเลยที่ ๒ พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบทำความผิดกับจำเลยที่ ๑ พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๙๑, ๒๘๔, ๒๘๘, ๓๒ และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ อันเป็นบทหนัก ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ตลอดชีวิต วางโทษสองในสามส่วนแล้วคงจำคุกจำเลยที่ ๑ สิบหกปี จำเลยที่ ๑ รับสารภาพโดยดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ แปดปี ของกลางริบ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ นายเหิม ทองแจ้ง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่านายเหิม ทองแจ้ง ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นยังมิได้สั่งประการใด นายเหิม ทองแจ้ง จึงยังไม่อยู่ในฐานะเป็นโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ของนายเหิม ทองแจ้ง นายเหิม ทองแจ้ง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ตามพฤติการณ์ที่ดำเนินมา นายเหิม ทองแจ้ง มีฐานะเป็นคู่ความในคดีนี้แล้ว นายเหิม ทองแจ้ง โจทก์ร่วมมีสิทธิอุทธรณ์ได้ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของคู่ความนั้น คดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ข้อเท็จจริงยังไม่พอวินิจฉัยชี้ขาดได้ ควรให้สืบพยานโจทก์ที่ขอสืบต่อไปแล้วสืบพยานจำเลยที่ ๒ ตามข้อต่อสู้ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานที่โจทก์ขอสืบ และสืบพยานจำเลยที่ ๒ ด้วย แล้วส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสืบพยานตามคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ และ ๒ ได้ร่วมกันฉุดคร่าพานางสาวเรียมผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร แต่ไม่สำเร็จเพราะนางสาวเรียมดิ้นสะบัดหลุดหนีไปได้เสียก่อน จึงเป็นความผิดเพียงฐานพยายาม ส่วนการใช้อาวุธปืนยิงนั้น เป็นการกระทำเฉพาะตัวของจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๒ หาได้ร่วมหรือบอกให้จำเลยที่ ๑ ใช้ปืนยิงนางสาวเรียมผู้เสียหายไม่ พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี นอกจากที่แก้นี้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ๑. คดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ พนักงานอัยการโจทก์ก็พอใจไม่อุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยที่ ๒ จึงยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นายเหิมโจทก์ร่วมฝ่ายเดียวอุทธรณ์และฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ต่อไปนั้น จำเลยที่ ๒ เห็นว่าพนักงานอัยการโจทก์ทำการสืบพยานต่อไปอีกและศาลอุทธรณ์ฟังคำพยานที่พนักงานอัยการโจทก์สืบนั้น ลงโทษจำเลยที่ ๒ เป็นการไม่ชอบ ๒. นางสาวเรียมผู้เสียหายกับเด็กหญิงจิตรเบิกความแตกต่างกันในข้อสำคัญ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้กระทำผิด ศาลฎีกาเห็นว่า แม้พนักงานอัยการโจทก์มิได้อุทธรณ์ แต่นายเหิม ทองแจ้ง ซึ่งศาลฎีกาได้ชี้ขาดแล้วว่ามีฐานะเป็นโจทก์ร่วม ได้อุทธรณ์และฎีกาต่อมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒(๑๔) อธิบายคำว่า "โจทก์" ไว้ว่า หมายความถึงพนักงานอัยการหรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน ดังนั้น นายเหิมโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการต่างจึงมีฐานะเป็นโจทก์ด้วยกัน เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งงดไม่สืบต่อไปให้เสร็จ พนักงานอัยการโจทก์จึงมีสิทธิ์นำสืบต่อไปได้ ศาลอุทธรณ์จึงฟังพยานที่นำสืบต่อไปนั้นวินิจฉัยคดีได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น และเห็นว่า พฤติการณ์และคำยืนยันของผู้เสียหายมีน้ำหนักให้น่าเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมไปฉุดคร่านางสาวเรียมผู้เสียหายจริง คำเบิกความของผู้เสียหายและเด็กหญิงจิตรแตกต่างกันเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของจำเลยนั้น เป็นรายละเอียดเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน จึงไม่ทันเตรียมตัว ประกอบด้วยความตกใจกลัว จึงอาจผิดกันไปได้ จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงกับไม่เชื่อคำยืนยันของผู้เสียหายและพยาน ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยลงโทษ จำเลยที่ ๒ จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ ๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2512 อัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายเหิม ทองแจ้ง นายจ่าง หรือกระจ่าง เพชรหนู ที่ 1 นายชม หัวเขา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายเหิม ทองแจ้ง นายจ่าง หรือกระจ่าง เพชรหนู ที่ 1 นายชม หัวเขา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สว่าง ภูวะปัจฉิม · ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุขทรรศนีย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายชยากร ถายะพิงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 2665/2515ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1228/2510ฎีกา 11720/2555ฎีกา 369/2501ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา