⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1396/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1396/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทรัพย์สินถูกยึดเพื่อขายทอดตลาดในคดีอื่น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้รื้อถอนทรัพย์สินนั้นออกจากที่ดินของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่ศาลพิพากษาและบังคับจำเลยให้รื้อถอนบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์นั้น แม้บ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยจะถูกยึดไว้ในคดีอื่นเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ ก็ยังถือไม่ได้ว่าสภาพแห่งการบังคับคดีไม่เปิดช่องให้กระทำได้ เพราะหากจะมีการขาดทอดตลาดบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง ผู้ซื้อได้ก็จะต้องรื้อถอนออกไปเช่นเดียวกัน ดังนั้น โจทก์จะเข้ารื้อถอนบ้านเรือนของจำเลยตามคำสั่งศาล(โดยเรียกค่าใช้จ่ายเอาจากจำเลย) แล้วเอาทรัพย์สิ่งของที่รื้อถอนมอบให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ต่อไปก็ย่อมทำได้โดยชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.297 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องจากจำเลยถูกบังคับคดีให้รื้อถอนบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท โดยแถลงต่อศาลว่า เหตุที่จำเลยยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเรือน เพราะกองหมายได้ยึดบ้านเรือนของจำเลยไว้ในอีกคดีหนึ่ง และได้มอบให้จำเลยดูแล ศาลชันต้นจึงมีคำสั่งว่า ตามคำพิพากษาระบุไว้ว่าให้ขับไล่จำเลยและบริวารให้รื้อถอนบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ ฉะนั้น จึงเห็นได้ว่าโจทก์มีช่องทางที่จะบังคับได้โดยวิธีอื่นคือโจทก์ชอบที่จะกระทำการรื้อถอนเองได้ แล้วเรียกเอาค่าใช้จ่ายจากจำเลย ส่วนที่ว่าทรัพย์ถูกยึดในคดีอื่นนั้น ไม่เป็นข้ออ้างที่จะให้งดการบังคับในคดีนี้ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีทางบังคับคดีเอากับจำเลยได้โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๓ โดยเข้าทำการื้อถอนเสียเอง แล้วเรียกค่าใช้จ่ายเอาจากจำเลย พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า สภาพแห่งการบังคับคดีไม่เปิดให้ทำได้ จึงควรงดการบังคับคดีไว้ก่อน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีนี้เป็นกกรณีที่จำเลยถูกบังคับให้รื้อถอนบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ฉะนั้น แม้บ้านเรือนของจำเลยจะถูกยึดไว้เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้รายอื่นก็ไม่สำคัญ โดยที่เป็นของแน่ว่า หากได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้กันแล้วบ้านเรือนดังกล่าวก็จะต้องถูกรื้อถอนไปจากที่ดินของโจทก์ โดยผู้ซื้อได้ต้องรื้อถอนออกไปเช่นเดียวกัน ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าสภาพแห่งการบังคับคดีย่อมเปิดช่องให้กระทำได้ดังศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ไว้ เพราะเมื่อโจทก์คนี้ได้เข้ารื้อถอนบ้านเรือนของจำเลยรายนี้ออกตามคำสั่งศาลแล้วเอาทรัพย์สิ่งของที่รื้อถอนมอบให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ต่อไปก็ย่อมทำได้ ไม่น่าจะมีข้อขัดข้องดังจำเลยฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1396/2512 กระทรวงการคลัง โจทก์ นายไสว แสงขำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กระทรวงการคลัง · จำเลย - นายไสว แสงขำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · สวิง ลัดพลี · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกฤษณ์ โสภิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. ทองเพิ่ม ทองแถม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2125/2551ฎีกา 717/2535ฎีกา 3130/2527ฎีกา 1431/2492ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1345/2532ฎีกา 594/2534ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 181/2512ฎีกา 6239/2551ฎีกา 5086/2537ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 3781/2545ฎีกา 1649/2498ฎีกา 2280/2559ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา