คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1485/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณาคดีล้มละลาย แม้หนี้บางส่วนจะขาดอายุความ แต่หากจำเลยมีทรัพย์สินเพียงพอชำระหนี้ทั้งหมด ก็ไม่มีเหตุอันควรให้ล้มละลายได้
ย่อคำพิพากษา
ประเด็นสำคัญในคดีล้มละลายมีอยู่ว่า จำเลยซึ่งถูกฟ้องขอให้ล้มละลายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งมีกำหนดจำนวนหนี้สินแน่นอนเกินกว่าพันบาทหรือไม่ (หลังจากใช้พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2501 แล้ว จำนวนหนี้สินต้องไม่น้อยกว่าสามหมื่นบาท) เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยังไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว การที่จำเลยจะเป็นหนี้โจทก์จริงหรือไม่ จึงไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องชี้ขาดในชั้นนี้ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคำพิพากษาที่ยกฟ้องเปลี่ยนแปลงไป
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ตามเอกสารที่โจทก์อ้างฟ้อง จำเลยได้ยืมเงินไปจากโจทก์ แต่การยืมตามเอกสารบางฉบับ เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยไม่ได้รับสภาพหนี้จึงขาดอายุความ ส่วนหนี้ที่ไม่ขาดอายุความนั้น ไม่จำเป็นต้องชี้ขาดว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่เท่าใดแน่นอน เพราะจำเลยนำสืบได้ว่าจำเลยมีทรัพย์สินอาจชำระหนี้โจทก์ได้ทั้งหมด ไม่มีเหตุอันควรให้จำเลยล้มละลาย แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่คำวินิจฉัยที่ว่า จำเลยยืมเงินไปจากโจทก์และหนี้ตามเอกสารบางฉบับยังไม่ขาดอายุความ อาจมีผลผูกพันจำเลยให้ต้องรับผิดในทางแพ่ง จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาคัดค้านได้
(ข้อกฎหมายวรรคท้ายนี้ สรุปจำนวนผลที่ศาลฎีการับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยืมเงินโจทก์รวม ๖๕,๙๒๖.๑๐ บาท โจทก์ทวงถามก็ไม่ชำระจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด แล้วพิพากษาให้ล้มละลาย
จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ ถึงหากเป็นหนี้ จำเลยก็มีทรัพย์สินอาจชำระให้ได้ทั้งหมด
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยมิได้เป็นหนี้โจทก์ และจำเลยมีหลักฐานมั่นคง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามเอกสารที่โจทก์อ้างฟ้อง จำเลยได้ยืมเงินไปจากโจทก์ แต่การยืมตามเอกสารบางฉบับเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยไม่ได้รับสภาพหนี้ จึงขาดอายคุวาม ส่วนหนี้ยังไม่ขาดอายุความนั้น ไม่จำเป็นต้องชี้ขาดว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่เท่าใดแน่นอน เพราะจำเลยนำสืบได้ว่าจำเลยมีทรัพย์สินอาจชำระหนี้โจทก์ทั้งหมดได้ จึงไม่มีเหตุอันควรให้จำเลยล้มละลายพิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ชี้ว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์นั้นไม่ถูกต้อง ทำให้จำเลยต้องถูกผูกพันที่จะต้องฟ้องในคดีแพ่งได้ ขอให้พิพากษาแก้ว่าไม่จำต้องวินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์หรือไม่ หรือมิฉะนั้นก็ขอให้ชี้ขาดว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญแห่งคดีนี้มีอยู่ว่า จำเลยซึ่งถูกฟ้องขอให้ล้มละลายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งมีกำหนดจำนวนหนี้สินแน่นอนเกินกว่าพันบาทหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้อ้างว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นจำนวนหกหมื่นบาทเศษ แต่จำเลยนำสืบฟังได้ว่าจำเลยมีหลักทรัพย์มีราคากว่าหนึ่งล้านบาทเศษ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยยังไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ดังนั้น การที่จำเลยได้เป็นหนี้โจทก์จริงหรือไม่ จึงไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องชี้ขาดในชั้นนี้ ทั้งศาลอุทธรณ์ก็มิได้ชี้ขาดว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่แน่นอนเท่าใด การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ดังที่จำเลยฎีกามานั้น ก็ทำให้ผลแพ่งคำพิพากษาคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปแต่ประการใดไม่
พิพากษายืนในผลที่ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1485/2512
ร้อยเอกหญิงอัมภา กุมรานันท์ โจทก์
พันเอกประสาท วรมิศร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ร้อยเอกหญิงอัมภา กุมรานันท์ · จำเลย - พันเอกประสาท วรมิศร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สว่าง ภูวะปัจฉิม · ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุนทรรศนีย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - ประสพ ปรัชญาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา