⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1675/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: การพิจารณาประเภทการค้าและอัตราภาษีการค้าของผู้ประกอบการค้า ต้องพิจารณาถึงประเภทการค้า รายการประกอบการค้า และตัวผู้ประกอบการค้าประกอบกัน. การเป็นผู้ค้าของเก่าตามกฎหมายต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน.

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ของเก่า" ตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 มาตรา 3 นั้น หมายความว่า ทรัพย์ที่เสนอขายแลกเปลี่ยนหรือจำหน่นายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นของที่ใช้แล้วเสมอไป ผู้ประกอบการค้ารายใดจะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราภาษีร้อยละเท่าใดของรายรับ จะต้องพิจารณาถึงประเภทการค้าที่ผู้นั้นกระทำ และรายการที่ประกอบการค้าตลอดตนตัวผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่เสียภาษีประมวลเข้าด้วยกัน จะพิจารณาเพียงแต่ชนิดของรายการที่ประกอบการค้าหรือบุคคลผู้ประกอบการค้าอย่างใดอย่างหนึ่งหาได้ไม่ โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 1 การขายของ รายการประกอบการค้าชนิดหนึ่ง 1(ก) มีหน้าที่เสียภาษีการค้าในฐานะผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตในอัตราร้อยละ 5 ของรายรับ แม้โจทก์จะสั่งสินค้ารถยนต์บรรทุกและเครื่องอะไหล่ซึ่งเป็นของเก่าใช้แล้วจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่เมื่อโจทก์มิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้เป็นผู้ค้าของเก่าตามกฎหมาย ก็หาได้ชื่อว่า โจทก์เป็นผู้ขายทุกทอด ประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 7(ค) ของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่าไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.77 ประมวลรัษฎากร ม.78 ประมวลรัษฎากร ม.79 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 15) พ.ศ.2504 ม.5 พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 ม.6 พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สั่งสินค้ารถยนต์บรรทุกและเครื่องอะไหล่จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งเป็นของเก่าใช้แล้ว มีลักษณะเป็นของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากร โจทก์ได้ชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับสินค้าดังกล่าวให้จำเลยในอัตราร้อยละ ๕ ของรายรับเป็นเงิน ๓๗๐,๓๑๘ บาท ๕๖ สตางค์ ต่อมาโจทก์ได้ทราบว่าได้มีพระราชบัญญัติกฎษฎีกาลดอัตราภาษีการค้าสำหรับชนิด ๗(ค) เฉพาะของเก่าที่มิใช่วัตถุโบราณหรือศิลปวัตถุเหลือเพียงร้อยละ ๑.๕ ซึ่งมีผลใช้บังคับก่อนโจทก์ชำระค่าภาษี ฉะนั้นโจทก์จึงชำระค่าภาษีให้จำเลยเกินไปร้อยละ ๓.๕ คิดเป็นเงิน ๒๕๙,๒๒๒ บาท ๙๘ สตางค์ จำเลยไม่มีสิทธิยึดเงินส่วนเกินนั้นไว้ได้ เพราะปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมาย โจทก์มีหนังสือขอคืนจำเลยปฏิเสธ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้า โดยจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า ๑ การขายของชนิด ๑(ก) รายการที่ประกอบการค้าคือ จำหน่ายเครื่องอะไหล่รถยนต์สามล้อในฐานะผู้นำเข้า โจทก์มิได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบการค้าของเก่าตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. ๒๔๗๔ โจทก์เสียภาษีร้อยละ ๕ ถูกต้องแล้ว วันชี้สองสถาน โจทก์จำเลยรับกันว่า โจทก์เพิ่งจดทะเบียนใบอนุญาตทำการค้าของเก่ารถยนต์และเครื่องอะไหล่ ภายหลังที่ชำระภาษีตามฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ปัญหามีว่า โจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าสำหรับสินค้ารถยนต์บรรทุกและเครื่องอะไหล่ซึ่งเป็นของใช้แล้วในอัตราร้อยละเท่าใดของรายรับ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามบัญีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากรแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔ นั้น ได้กำหนดอัตราภาษีที่ผู้ประกอบการค้าจะต้องเสียภาษีเป็นอัตราร้อยละของรายรับมีจำนวนแตกต่างกันสุดแต่ประเภทการค้า รายการที่ประกอบการค้า และผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่เสียภาษีการค้าแต่ละรายการ ฉะนั้น การที่จะทราบว่า ผู้ประกอบการค้ารายได้จะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละเท่าใดของรายรับ ก็จะต้องพิจารณาถึงประเภทการค้าที่ผู้นั้นพึงกระทำและรายการที่ประกอบการค้าตลอดจนผู้ประกอบการค้าที่ต้องเสียภาษี นำมาประมวลเข้ากันแล้วจึงชี้ขาดลงไปได้ว่า ผู้ประกอบการค้ารายนั้นจะต้องเสียภาษีในอัตราเท่าใด หาใช่พิจารณาแต่เพียงชนิดของรายการที่ประกอบการค้าหรือบุคคลผู้ประกอบการค้าอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นสำคัญ ดังที่โจทก์ฎีกานั้นไม่ การที่ศาลล่างยึดหลักการแปลความหมายความว่าของเก่า ประเภทการขายของชนิด ๗(ค) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้านั้น เป็นการแปลความหมายตามตัวบทกฎหมาย ซึ่งบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งถูกต้องแล้ว หาใช่เป็นการแปลเพื่อตัดสิทธิ์ของโจทก์แต่อย่างใดไม่ โดยเฉพาะในกรณีของโจทก์ระหว่างที่โจทก์เสียภาษีการค้าโจทก์เป็นเพียงผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า ๑ การขายของ รายการประกอบการค้าชนิด ๑(ก) มีหน้าที่เสียภาษีในฐานะผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ในอัตราร้อยละ ๕ ของรายรับ แม้โจทก์จะนำสินค้าที่เป็นของใช้แล้วเข้ามา ก็หาได้ชื่อว่า โจทก์เป็นผู้ขายทุกทอด ประเภทการค้า ๑ การขายของชนิด ๗(ค) ของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่าไม่ แม้คำว่า ของเก่าตามที่โจทก์เอาคำนิยาม จากพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๓ นั้น มาใช้ ซึ่งบัญญัติว่า "ของเก่า" หมายความว่า ทรัพย์ที่เสนอขายแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ทั้งนี้รวมถึงของโบราณด้วย เพื่อให้ตรงกับสินค้าที่โจทก์สั่งมาว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้แล้วนั้น ศาลฎีกายังเห็นว่า สินค้าใช้แล้วของโจทก์ยังหาต้องด้วยคำนิยมตามกฎหมายที่ว่านั้นไม่ เพราะความหมายของคำว่า "ของเก่า" ตามมาตรา ๓ ดังกล่าว หมายความถึงทรัพย์ที่เสนอขายแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นของที่ใช้แล้วเสมอไป และยิ่งไปกว่านั้นตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งแก้ไขแล้วนั้น ยังบัญญัติเป็นใจความว่าผู้จะค้าของเก่านี้จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อน ทั้งผู้ประกอบการค้าจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖,๘ ด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ค้าของเก่าในปี ๒๕๐๖ และ ๒๕๐๗ ซึ่งโจทก์ได้เสียภาษีการค้าไปแล้วนั้น สินค้าที่โจทก์นำเข้ามานั้นแม้จะเป็นของที่โจทก์เสนอขายอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ก็หาใช่ของเก่าตามความหมายในรายการประกอบการค้าชนิด ๗(ค) ไม่ ที่โจทก์เสียภาษีตามรายการประกอบการค้าชนิด ๑(ก) ถูกต้องแล้ว ไม่มีสิทธิเรียกคืนค่าภาษีจากจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2512 ห้างหุ้นส้วนจำกัดกิตติยนต์ โดยนางสายรุ้ง ดิษยางกูร หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ กรมสรรพากร โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส้วนจำกัดกิตติยนต์ โดยนางสายรุ้ง ดิษยางกูร หุ้นส่วนผู้จัดการ · จำเลย - กรมสรรพากร โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร หุตะโกวิท · กิตติ สีหนนทน์ · อัศนี เกาโศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยงยุทธ เลอลภ · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3899/2535ฎีกา 848/2527ฎีกา 4467/2536ฎีกา 1723-1746/2531ฎีกา 2539/2534ฎีกา 495/2519ฎีกา 2913/2516ฎีกา 5890/2539ฎีกา 439/2508ฎีกา 5775/2539ฎีกา 2303/2533ฎีกา 3033/2544ฎีกา 258/2530ฎีกา 3049/2540ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4926/2533ฎีกา 2382/2534ฎีกา 4602/2531ฎีกา 778/2527ฎีกา 894/2521ฎีกา 520/2525ฎีกา 2643/2515ฎีกา 812/2519ฎีกา 1899-1901/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา