⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 444/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าช่วงมีสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีที่เจ้าของที่ดินฟ้องขับไล่ผู้เช่าเดิมได้ หากผู้เช่าช่วงพิสูจน์ได้ว่าตนมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินโจทก์เป็นที่ประกอบการค้าโดยปลูกอาคารให้เช่า ครบกำหนดแล้วไม่รื้อถอนไป ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร ผู้ร้องทั้งห้าร้องสอดเข้ามาว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทกับโจทก์ด้วย โดยจำเลยเป็นผู้ทำสัญญาในนามของจำเลยแทนผู้ร้องไว้ ผู้ร้องมิใช่เป็นบริวารของจำเลย ดังนี้ ถือว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ในอันที่จะร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินโจทก์เป็นที่ประกอบการค้าโดยปลูกอาคารให้เช่าครบกำหนดเช่าแล้วจำเลยไม่รื้อถอนไป แต่ส่งธนาณัติมาชำระค่าเช่า แต่โจทก์ไม่ยอมรับขอให้ขับไล่จำเลยและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า เดิมนายช้อย แซ่ลิ้ม เป็นตัวแทนของจำเลยและพวกทำสัญญาเช่ากับผู้จัดการมรดกที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์รับโอนที่พิพาทต่อมาได้ให้จำเลยเช่า และทำสัญญาเช่าแทนผู้ร้องสอดโดยจำเลยเป็นผู้เก็บค่าเช่าส่งให้โจทก์ ผู้ร้องสอดมีฐานะเป็นผู้เช่า มิใช่บริวารจำเลย จำเลยและผู้ร้องสอดเช่าที่พิพาทเพื่อปลูกห้องอยู่อาศัยมิใช่ทำการค้า การส่งเงินให้โจทก์ถือเป็นการชำระค่าเช่า จะคิดเป็นค่าเสียหายไม่ได้ เพราะจำเลยและผู้ร้องสอดอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าตามกฎหมาย ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องในวันเดียวกับที่จำเลยยื่นคำให้การขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วม อ้างว่ามิใช่บริวารของจำเลย แต่มีฐานะเป็นผู้เช่าโดยได้ให้จำเลยเป็นตัวแทนทำสัญญาเช่ากับโจทก์ในนามของจำเลยแทนผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมีส่วนได้เสียในคดีนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องทั้งห้าไม่มีส่วนได้เสียในคดีนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะเป็นคู่สัญญากับโจทก์เท่านั้นหากปรากฏว่าผู้ร้องมอบให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าแทนจริง ก็เป็นเรื่องจะว่ากล่าวในชั้นบังคับคดีให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องสอดเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี เพราะเมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ตามผลกฎหมายก็จะบังคับถึงผู้ร้องสอดด้วย พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ผู้ร้องสอดทั้งห้าเข้าเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๗(๒) และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาว่า ผู้ร้องสอดได้ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วม อ้างว่ามิใช่เป็นบริวารของจำเลย แต่มีฐานะเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทโดยจำเลยเป็นผู้เช่าแทนไว้ โจทก์จึงจะขับไล่ผู้ร้องสอดโดยถือว่าเป็นบริวารจำเลยไม่ได้ เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องให้การและคำร้องสอดรวมกันแล้ว เห็นว่าผู้ร้องสอดมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๒) พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2512 นายมนัส มัธยาคม โจทก์ นางมัก แซ่ตั้ง จำเลย นายเซี่ยม เซี่ยงหวง กับพวกรวม 5 คน ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมนัส มัธยาคม · จำเลย - นางมัก แซ่ตั้ง · ผู้ร้องสอด - นายเซี่ยม เซี่ยงหวง กับพวกรวม 5 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา