คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 689/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่ลูกจ้างกระทำไปตามทางการที่จ้าง แม้ผู้ถูกละเมิดจะไม่ได้เสียค่าตอบแทน
* บุตรบุญธรรมยังคงมีสิทธิหน้าที่ต่อบิดามารดาบุญธรรม และบิดามารดาบุญธรรมก็มีสิทธิหน้าที่ต่อบุตรบุญธรรม ทำให้บิดามารดาบุญธรรมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายเมื่อบุตรบุญธรรมถูกละเมิด
ย่อคำพิพากษา
เมื่อลูกจ้างของจำเลยยอมให้ผู้ตายโดยสารไปในรถ จำเลยจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่ลูกจ้างจำเลยกระทำไปตามทางการที่จ้าง จำเลยจะอ้างว่าผู้ตายไม่ได้เสียค่าโดยสาร ไม่ต้องรับผิดต่อผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะขนส่ง หาได้ไม่
บุตรบุญธรรมยังคงมีสิทธิหน้าที่ต่อบิดามารดา รวมทั้งหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1535 ฉะนั้น แม้โจทก์จะยกผู้ตายซึ่งเป็นบุตรให้ จ. ผู้ตายยังคงมีความผูกพันต่อโจทก์ เมื่อลูกจ้างจำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ตายในทางการที่จ้าง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายวิฑูรย์เป็นบุตรโจทก์ทั้งสอง นายเฉลิมลูกจ้างของจำเลยทั้งสองขับรถโดยประมาทเลินเล่อทำให้บุตรของโจทก์ถึงแก่ความตาย นายเฉลิมกระทำละเมิดตามทางการที่จำเลยทั้งสองจ้าง ขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน ๘๓,๖๖๓.๒๐ บาท ฯลฯ
จำเลยทั้งสองให้การว่านายเฉลิมมิได้ประมาทเลินเล่อ ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๔๒,๓๓๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
จำเลยฎีกาว่า ผู้ตายไม่ได้เสียค่าโดยสาร จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันว่าด้วยลักษณะขนส่งนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ความตายของผู้ตายเกิดจากการละเมิดของลูกจ้างจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในลักษณะละเมิดมิใช่เป็นเรื่องในลักษณะการขนส่ง เมื่อลูกจ้างของจำเลยยอมให้ผู้ตายโดยสารไปในรถ จำเลยจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่ลูกจ้างจำเลยกระทำไปตามทางการที่จ้าง
จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยกผู้ตายให้เป็นบุตรบุญธรรมนายแจ่มแล้ว จึงพ้นความผูกพันกับโจทก์ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๖ แสดงว่า บุตรบุญธรรมยังคงมีสิทธิหน้าที่ต่อบิดามารดา รวมทั้งหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๕ ผู้ตายยังคงมีความผูกพันต่อโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 689/2512
นายลัก แซ่ตั้ง ที่ 1 นางบุญมา แซ่ตั้ง ที่ 2 โดยนางสาวสุรางค์ บุญมาคลี่ ผู้รับ
มอบอำนาจ โจทก์
บริษัทยานยนต์นครสวรรค์ (ทันจิต) จำกัด ที่ 1 บริษัทขนส่ง จำกัด ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รับ - นายลัก แซ่ตั้ง ที่ 1 นางบุญมา แซ่ตั้ง ที่ 2 โดยนางสาวสุรางค์ บุญมาคลี่ · โจทก์ - มอบอำนาจ · จำเลย - บริษัทยานยนต์นครสวรรค์ (ทันจิต) จำกัด ที่ 1 บริษัทขนส่ง จำกัด ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสลา หัมพานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุธี ชอบธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา