⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1049/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สิทธิในทางภารจำยอมที่เกิดจากการแบ่งแยกที่ดินแปลงเดียวออกเป็นหลายแปลงและมีการโอนกรรมสิทธิ์กันแล้ว ย่อมมีอายุความนับแต่วันที่มีการแบ่งแยกและโอนกรรมสิทธิ์ 2. เจ้าของที่ดินแปลงที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ มีสิทธิเรียกร้องให้เจ้าของที่ดินแปลงอื่นที่เคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน จัดสรรทางจำเป็นให้ได้ 3. เจ้าของที่ดินที่ถูกภาระจำยอมทางจำเป็นผ่าน อาจขอเปลี่ยนย้ายทางจำเป็นได้ หากการเปลี่ยนย้ายนั้นไม่ทำให้ผู้มีสิทธิใช้ทางจำเป็นเสียความสะดวกในการใช้ทางสาธารณะ

ย่อคำพิพากษา

เดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวแต่ต่อมาได้แบ่งแยกออกเป็นหลายแปลงและแบ่งขายไป อายุความได้ภารจำยอมในทางเดินภายในที่ดินแปลงเหล่านี้ ต้องเริ่มนับแต่เมื่อได้มีการแบ่งแยกที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์กันแล้ว เมื่อที่ดินโฉนดเดียวได้แบ่งแยกออกเป็นหลายแปลง และที่ดินบางแปลงไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงที่ไม่มีทางออกมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินในที่ดินโฉนดเดิมได้ในฐานะที่เป็นทางจำเป็น เจ้าของที่ดินที่ทางจำเป็นผ่านอาจเปลี่ยนย้ายทางจำเป็นได้ ถ้าไม่ทำให้ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องเสียความสะดวกในการออกสู่ทางสาธารณะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนดที่ ๑๙๑๕ เป็นของนางยวด นางยวดได้กันที่ดินเป็นถนนซอยเพื่อออกถนนสาธารณะสู่ถนนสี่พระยาเพื่อเป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงนี้ ต่อมานางยวดได้แบ่งขายที่ดินแปลงนี้บางส่วนให้ผู้มีชื่อโดยให้ถนนซอยติดไปกับที่ดินที่แบ่งแยกไปด้วย แล้วต่อมาพวกโจทก์ได้ซื้อที่ดินแปลงที่นางยวดแบ่งขาย โจทก์ได้ใช้ถนนซอยเป็นทางเข้าออกตลอดมา นอกจากถนนซอยนี้แล้วพวกโจทก์ไม่มีทางอื่นออกสู่ถนนสาธารณะ ต่อมาจำเลยได้รับโอนที่ดินโฉนดที่ ๑๙๑๕ ที่เหลือจากแบ่งขายแล้ว และได้ปิดกั้นถนนซอยส่วนที่อยู่ในที่ดินที่จำเลยได้รับโอนมา โจทก์ทักท้วงจำเลยก็ไม่เชื่อ โจทก์เห็นว่าถนนซอยดังกล่าวเป็นทางจำเป็นและตกเป็นภารจำยอมตามกฎหมายแล้ว จึงขอให้บังคับจำเลยเปิดถนซอยให้ จำเลยให้การว่า ทางพิพาทมิใช่ทางจำเป็นและยังไม่เกิดภารจำยอม ทั้งจำเลยได้ทำทางใหม่และได้อนุญาตให้โจทก์อาศัยใช้เข้าออกได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อนางยวดแบ่งขายที่ดินให้ผู้มีชื่อใน พ.ศ. ๒๔๙๔ ยังมิได้มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เพราะยังมิได้มีการแบ่งแยกที่ดิน เพิ่งจะได้มาจดทะเบียนขายและโอนกรรมสิทธิ์กันเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ ศาลฎีกาเห็นว่าอายุความที่จะได้ภารจำยอมในทางพิพาทต้องเริ่มนับแต่วันที่ได้มีการแบ่งแยกที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์กันแล้ว เพราะก่อนการแบ่งแยกคงมีแต่ที่ดินโฉนดที่ ๑๙๑๕ แปลงเดียว โฉนดที่ดินของพวกโจทก์ยังหามีไม่ จึงไม่อาจจะนับเอาระยะเวลาก่อนการแบ่งแยกโฉนดเป็นการเริ่มต้นอายุความการได้มาซึ่งภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของพวกโจทก์ได้ และเมื่อเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ ถึงวันที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปิดกั้นทางพิพาท ก็ยังไม่ถึง ๑๐ ปี จึงยังไม่เกิดเป็นทางภารจำยอมโดยอายุความและฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า ที่ดินของพวกโจทก์ไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ นอกจากทางพิพาทนี้ทางเดียว และโดยเหตุที่ที่ดินของพวกโจทก์ได้แบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงหมายเลข ๑๙๑๕ เมื่อการแบ่งแยกกันเป็นเหตุให้ที่ดินของพวกโจทก์ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ พวกโจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางพิพาทได้ในฐานะที่เป็นทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๙, ๑๓๕๐ แต่เห็นว่า ตามบทบัญญัติมาตรา ๑๓๔๙ วรรค ๓ แสดงว่าการใช้ทางจำเป็นต้องคำนึงถึงความจำเป็นของที่ดินที่ถูกล้อม และความเสียหายของที่ดินที่ล้อมอยู่ด้วย ความจำเป็นของโจทก์คือให้ได้มีทางออกสู่ถนนสาธารณะโดยสะดวก ซึ่งปรากฏว่าจำเลยได้เปิดทางให้โจทก์ได้ออกสู่ถนนสี่พระยาโดยตรงแล้ว และทางใหม่นี้ก็สามารถนำรถยนต์แล้วเข้าออกได้สะดวก แม้จะได้ความว่าโจทก์ต้องลอดตึก แต่ก็ไม่ทำให้ต้องเสียความสะดวกอย่างใด และถ้าไม่ย้ายทางจำเป็นของโจทก์ อาจทำให้จำเลยเสียหาย ศาลฎีกาจึงเห็นว่า จำเลยมีสิทธิเปลี่ยนย้ายทางจำเป็นของโจทก์ไปยังส่วนอื่นได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2513 นางสาวกัญญา นำสินวิเชษฐชัย หรือไต้ขวั่น แซ่หล่ำ ที่ 1, นางลัดดา อารย พัฒน์ ที่ 2, นางยุพา ศรีธรรมรัฐ (หม้าย) ที่ 3 โจทก์ นายไพรัช หรือไพรัชสาร สารเศรษฐศิริ ที่ 1, นายทองชัย สารเศรษฐศิริ ที่ 2

รายละเอียดคดี

คู่ความอารย - นางสาวกัญญา นำสินวิเชษฐชัย หรือไต้ขวั่น แซ่หล่ำ ที่ 1, นางลัดดา · โจทก์ - พัฒน์ ที่ 2, นางยุพา ศรีธรรมรัฐ (หม้าย) ที่ 3 · 2 - นายไพรัช หรือไพรัชสาร สารเศรษฐศิริ ที่ 1, นายทองชัย สารเศรษฐศิริ ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สว่าง ภูวะปัจฉิม · ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุขทรรศนีย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเพรียบ หุตางกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 4415/2528ฎีกา 9248/2544ฎีกา 536/2536ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 404/2507ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1828/2523ฎีกา 389/2541ฎีกา 113/2504ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 6847/2539ฎีกา 283-284/2524ฎีกา 7828/2547ฎีกา 402/2548ฎีกา 5553/2537ฎีกา 1370/2520ฎีกา 1658/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา