⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1056/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2513

ป.อาญา ม.59, 80, 334 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่ยังไม่อาจยึดถือเอาทรัพย์นั้นไปได้สำเร็จ ถือเป็นเพียงความผิดฐานพยายามกระทำความผิดนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามทางพิจารณาว่าจำเลยกระทำเพียงพยายามกระทำความผิด ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามกระทำความผิดได้ แม้ในคำฟ้องจะขอให้ลงโทษฐานกระทำความผิดสำเร็จก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยชิงทรัพย์โดยกระชากสร้อยซึ่งสวมอยู่ที่คอของผู้เสียหาย สร้อยคอขาดตกอยู่ในเสื้อของผู้เสียหาย จำเลยจึงเอาสร้อยนั้นไปไม่ได้ เป็นการที่จำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่ยังไม่อาจยึดถือเอาทรัพย์นั้นไปได้สำเร็จ เป็นผิดเพียงพยายามชิงทรัพย์ ฟ้องขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์อันเป็นความผิดสำเร็จ ได้ความตามทางพิจารณาว่าเป็นพยายาม ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามชิงทรัพย์ได้ เพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง และไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ หรือที่มิได้กล่าวในฟ้องดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 การนำเอามาตรา 80 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาประกอบการลงโทษจำเลยเป็นเพียงวิธีการแบ่งส่วนโทษตามความผิดของจำเลยเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทำการชิงทรัพย์ โดยมีอาวุธปืนและเหล็กขูดชาฟท์เป็นอาวุธ โดยจำเลยกระชากลักเอาสร้อยคอทองคำราคา ๒๓๐ บาท ของนางสมศรีที่สวมใส่อยู่ที่คอขาดออกแล้วพาหนีไป และจำเลยคนหนึ่งได้ใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายสิบเอกจรัญพวกเจ้าทรัพย์ที่ได้เข้าขัดขวางบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๙, ๒๙๗ และขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ กับนับโทษจำเลยทั้งสองต่อกับโทษอีกคดีหนึ่งด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ รับข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ จำคุกจำเลยคนละ ๖ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็นจำคุกจำเลยที่ ๒ แปดปี นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากคดีอาญาแดงที่ ๖๖๔/๒๕๑๐ ของศาลอาญา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยทั้งสองกระทำการชิงทรัพย์ ปรากฏว่าจำเลยเอาสร้อยของผู้เสียหายไปไม่ได้ เนื่องจากสร้อยขาดตกอยู่ในเสื้อของผู้เสียหาย จึงเป็นเพียงพยายามพิพากษาแก้ ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๐ จำคุกคนละ ๔ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ อีก ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ เป็นจำคุกจำเลยที่ ๒ ห้าปีสี่เดือน โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันใช้ปืนและเหล็กขูดชาฟท์เป็นอาวุธทำการจี้และขู่ แล้วลักเอาสร้อยคอทองคำราคา ๒๓๐ บาท ของผู้เสียหายไป โดยจำเลยคนหนึ่งเป็นคนกระชากสร้อยจากคอผู้เสียหาย และทันใดนั้นจำเลยอีกคนหนึ่งใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายสิบเอกจรัญพวกของผู้เสียหายซึ่งเข้าทำการขัดขวางการกระทำของจำเลยทั้งสองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และจำเลยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปไม่ได้เนื่องจากสร้อยที่จำเลยกระชากได้ขาดตกอยู่ในเสื้อของผู้เสียหาย วินิจฉัยว่า การที่จำเลยเอาสร้อยของผู้เสียหายไปไม่ได้เนื่องจากสร้อยที่จำเลยทำการลักได้ขาดตกอยู่ในเสื้อของผู้เสียหายนั้น เห็นได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำผิดฐานลักทรัพย์แล้ว แต่ยังไม่อาจยึดถือเอาทรัพย์นั้นไปได้สำเร็จ การกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดเพียงพยายามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ส่วนฎีกาในข้อที่ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองทำการชิงทรัพย์ ศาลอุทธรณ์มาวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำเพียงฐานพยายามชิงทรัพย์ เป็นการวินิจฉัยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีอาญาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานความผิดสำเร็จ ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำการอันเป็นเพียงพยายามกระทำผิด ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ จะว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาต่างกับฟ้องหาได้ไม่ ทั้งไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ หรือที่มิได้กล่าวมาในฟ้องแต่อย่างใด การนำมาตรา ๘๐ อันว่าด้วยพยายามกระทำความผิดมาประกอบการลงโทษจำเลย ก็เป็นเพียงวิธีการแบ่งส่วนลงโทษตามความผิดของจำเลยเท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2513 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลทหารไพฑูรย์ ทองเพ็ชร ที่ 1, นายทวี เมนะสิทธิ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลทหารไพฑูรย์ ทองเพ็ชร ที่ 1, นายทวี เมนะสิทธิ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม สิริสาลี · จำรูญ โชติรัต · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายน้อม เอี่ยมโอภาส · ศาลอุทธรณ์ - นายชุ่ม สุนทรชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 778/2519ฎีกา 239/2484ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1141/2506ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา