⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1460/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่กำหนดให้ชำระเป็นรายเดือน หากลูกหนี้ผิดนัดชำระสองงวดติดต่อกัน เจ้าหนี้มีสิทธิขอให้บังคับคดีตามสัญญาได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อความว่า จำเลยยอมผ่อนชำระเงินให้โจทก์เป็นรายเดือน ๆ ละ 1,200 บาท เริ่มแต่วันที่ 5 มิถุนายน และต่อไปภายในวันที่ 5 ของเดือน จนกว่าจะชำระเสร็จ ผิดนัด 2 งวดติดกันยอมให้บังคับคดี ปรากฏว่าในวันที่ 5 มิถุนายน จำเลยนำเงินมาผ่อนชำระตามสัญญา ครั้นถึงวันที่ 5 กรกฎาคม ครบกำหนด จำเลยไม่นำเงินมาชำระแต่พอถึงวันที่ 5 สิงหาคม จำเลยนำมาชำระ และถึงวันที่ 5 กันยายน จำเลยไม่นำมาชำระอีกดังนี้ เมื่อข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความมีปรากฏว่า จำเลยจะผ่อนชำระเป็นรายเดือน เริ่มต้นแต่วันที่ 5 มิถุนายน และเดือนต่อ ๆ ไปภายในวันที่ 5 ของเดือน การที่จำเลยไม่ชำระเงินภายในวันที่ 5 กรกฎาคม แต่มาชำระเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เป็นเงินที่จำเลยชำระประจำเดือนกรกฎาคม และเงินที่จำเลยจะต้องชำระประจำเดือนสิงหาคม จึงยังคงค้างชำระอยู่ เมื่อจำเลยค้างชำระเงินประจำเดือนสิงหาคมอยู่หนึ่งเดือนแล้ว ต่อมาเมื่อภายในวันที่ 5 กันยายน จำเลยไม่ชำระอีกเช่นนี้ก็ต้องถือว่าจำเลยได้ค้างชำระในงวดประจำเดือนกันยายนด้วย จึงเป็นการผิดนัดสองงวดติดกันแล้ว ศาลย่อมออกหมายบังคับคดีให้จำเลยชำระหนี้ที่ค้างตามคำพิพากษาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยยอมชำระหนี้ให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท โดยจะผ่อนชำระให้เป็นรายเดือน ๆ ละ ๑,๒๐๐ บาท เริ่มแต่วันที่ ๕ มิถุนายน เป็นต้นไป และต่อมาก็ภายในวันที่ ๕ ของเดือนจนกว่าจะชำระเสร็จ การชำระจะนำเงินมาวางต่อศาล ผิดนัดสองงวดติดกันยอมให้บังคับคดีของเงินที่ค้างชำระ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า ถึงกำหนดวันที่ ๕ มิถุนายน จำเลยนำเงินมาวางศาลตามสัญญา พอวันที่ ๕ กรกฎาคม ครบกำหนดงวดที่ ๒ จำเลยไม่นำเงินมาวางศาล ถึงกำหนดงวดที่ ๓ วันที่ ๕ สิงหาคม จำเลยนำเงินมาวางศาล ถึงกำหนดงวดที่ ๔ วันที่ ๕ กันยายน จำเลยไม่นำเงินมาวาง สรุปแล้วจำเลยนำเงินมาวางเดือนเว้นเดือนตลอดมา รวมที่จำเลยขาดชำระเป็นเวลา ๗ เดือน ทำให้โจทก์เสียหายเป็นจำนวน ๘,๔๐๐ บาท ขอให้ออกหมายบังคับจำเลยชำระหนี้ที่ค้างทั้งหมดตามคำพิพากษา จำเลยยื่นคำแถลงว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมให้จำเลยผ่อนชำระเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท ผิดนัดสองงวดติดกันจึงให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด จำเลยได้ผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ถูกต้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว จำเลยยังไม่เคยผิดนัดสองงวดติดต่อกันเลย จำเลยจึงไม่ผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การที่จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์เดือนเว้นเดือน เจ้าหนี้ได้ชำระหนี้ตามสัญญายอมเพียง ๘ งวดเท่านั้น จำเลยคงค้างชำระหนี้แก่โจทก์อีก ๗ งวด ถือได้ว่าจำเลยผิดนัดค้างชำระหนี้เกินกว่า ๒ งวดติด ๆ กัน ย่อมเป็นเหตุให้โจทก์บังคับคดีได้ตามคำพิพากษาตามยอม ให้ออกหมายบังคับคดี จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่สัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อความว่า จำเลยจะผ่อนชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ ๑,๒๐๐ บาท เริ่มแต่วันที่ ๕ มิถุนายน เป็นต้นไปและต่อไปภายในวันที่ ๕ ของเดือน ผิดนัดสองงวดติดกันยอมให้บังคับคดี ย่อมหมายความว่า การชำระต้องชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ ๑,๒๐๐ บาท โดยเริ่มต้นแต่วันที่ ๕ มิถุนายน และเดือนต่อ ๆ ไปก็ให้ชำระเป็นรายเดือนภายในวันที่ ๕ ของเดือนที่ถัดต่อไป การที่จำเลยชำระเดือนหนึ่งแล้วเว้นไม่ชำระเดือนหนึ่งนั้น เป็นการชำระ ๒ เดือนต่อครั้งหนึ่ง จึงมิใช่เป็นการชำระเป็นรายเดือนและต่อไปภายในวันที่ ๕ ของเดือนตามความหมายในสัญญาประนีประนอมยอมความ ฉะนั้น การที่จำเลยไม่ชำระเงินภายในวันที่ ๕ กรกฎาคม แต่มาชำระเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม เช่นนี้ เงินที่จำเลยชำระเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคมนั้นจะถือว่าเป็นเงินที่ชำระประจำเดือนสิงหาคมย่อมไม่ได้ เพราะจำเลยจะต้องชำระเงินรายเดือนประจำเดือนกรกฎาคมเสียก่อน เหตุนี้เงินที่จำเลยชำระเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคมนั้นต้องถือว่าเป็นเงินที่ชำระประจำเดือนกรกฎาคมนั่นเอง ส่วนเงินที่จำเลยจะต้องชำระประจำเดือนสิงหาคมภายในวันที่ ๕ สิงหาคม จำเลยจึงยังคงค้างชำระอยู่ เมื่อจำเลยค้างชำระเงินประจำเดือนสิงหาคมอยู่หนึ่งเดือนแล้ว ต่อมาเมื่อภายในวันที่ ๕ กันยายน จำเลยไม่ชำระอีกเช่นนี้ก็ต้องถือว่า จำเลยได้ค้างชำระในงวดประจำเดือนกันยายนด้วย จึงเป็นการค้างชำระ ๒ เดือนติดกัน และเป็นการผิดนัดสองงวดติดกันแล้ว ศาลย่อมออกหมายบังคับจำเลยชำระหนี้ที่ค้างตามคำพิพากษาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2513 นายฮี้ แซ่อึ้ง ยี่ห้องอึ้งเทียนเซ้ง โจทก์ นายสุยจิง แซ่เต็ง ยี่ห้อชุ่ยฮง หรือพัฒนาจักรยาน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฮี้ แซ่อึ้ง ยี่ห้องอึ้งเทียนเซ้ง · ล. - นายสุยจิง แซ่เต็ง ยี่ห้อชุ่ยฮง หรือพัฒนาจักรยาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเจริญ นิลเอสงฆ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 10166/2539ฎีกา 394/2550ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2335/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7168/2542ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1591/2495ฎีกา 8207/2538ฎีกา 3145/2545ฎีกา 1776/2541ฎีกา 3005/2541ฎีกา 82/2512ฎีกา 953/2505ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา