คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1643/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำกล่าวของผู้ตายที่ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายในขณะที่ยังมีสติสมบูรณ์และรู้ตัวว่าจะตาย ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แม้จะไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทันเวลาก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ข้อความที่ผู้ตายได้กล่าวยืนยันต่อผู้ใหญ่บ้านและเจ้าพนักงานตำรวจในขณะที่ผู้ตายยังมีสติดี ไม่มีอาการเพ้อคลั่ง และรู้ตัวว่าคงจะตายแน่ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายนั้น ถึงแม้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะบันทึกถ้อยคำให้ผู้ตายลงชื่อไว้ไม่ทัน ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓กับขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓,๗๖๐ บาท
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ให้จำคุกตลอดชีวิต กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓,๗๖๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนผู้ตายถึงแก่ความตาย ในขณะมีสติดีไม่มีอาการเพ้อคลั่ง รู้ตัวว่าคงจะตายแน่ ได้ยืนยันว่าจำจำเลยทั้งสองเป็นคนร้าย ต่อผู้ใหญ่บ้านเมื่อมาสอบถาม และภายหลังเมื่อจ่าสิบตำรวจทรัพย์ จ่าสิบตำรวจบรรพต นายแสกับพวกมายังที่เกิดเหตุผู้ตายก็บอกยืนยันต่อหน้าบุคคลเหล่านั้น แต่เจ้าพนักงานตำรวจบันทึกถ้อยคำให้ผู้ตายลงชื่อไว้ไม่ทัน ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ส่วนหนึ่ง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1643/2513
พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์
นายจอง สุกแก้ว ที่ 1 นายสัมฤทธิ์ หรือฤทธิ์ ทองสุข ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง · จำเลย - นายจอง สุกแก้ว ที่ 1 นายสัมฤทธิ์ หรือฤทธิ์ ทองสุข ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธี โรจนธรรม · แถม สิริสาลี · สนับ คัมภีรยส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายชอบ จิราพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถนัด ลีลากุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา