คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การต่อสู้กันโดยสมัครใจของคู่กรณี ไม่สามารถอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้
2. การทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยไม่มีเจตนาฆ่า ย่อมมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย
3. ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานที่ได้ความจากการพิจารณา แม้จะแตกต่างจากข้อหาที่โจทก์ฟ้องมาก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับผู้ตายเกิดโต้เถียงกันก่อนแล้ว จำเลยชกผู้ตาย 1 ทีผละหนีไปผู้ตายหยิบไม้ไล่ตีจำเลย เกิดต่อสู้กันเป็นชุลมุนในที่สุดจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายไป 1 ที ผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้เป็นเรื่องที่จำเลยกับผู้ตายสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตนโดยชอบหาได้ไม่
ใช้มีดแทงผู้ตาย 1 ที ในขณะที่จำเลยและผู้ตายต่อสู้กันชุลมุนจำเลยไม่มีโอกาสที่จะเลือกแทงได้ เพราะผู้ตายกำลังตีจำเลยอยู่จำเลยแทงผู้ตายเพียงทีเดียวบังเอิญถูกที่สำคัญ จึงเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยคงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนา
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายก็ลงโทษตามฐานความผิดเท่าที่พิจารณาได้ความได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายช่วง ถูกที่หน้าอกซ้ายโดยมีเจตนาฆ่านายช่วงถึงแก่ความตายทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
จำเลยให้การว่า ได้แทงผู้ตายถึงแก่ความตายจริง แต่กระทำเพื่อป้องกันตัวเพราะผู้ตายไล่ตีจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกับผู้ตายเกิดโต้เถียงกันก่อนแล้วจำเลยก็ชกผู้ตายไป ๑ ที ผละหนีไป ผู้ตายหยิบไม้ไล่ตีจำเลย เกิดต่อสู้กันเป็นชุลมุนในที่สุดจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายไป ๑ ที ผู้ตายถึงแก่ความตายดังนี้ เป็นเรื่องที่จำเลยกับผู้ตายสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน จำเลยจะอ้างว่าป้องกันตนโดยชอบทำได้ไม่ อย่างไรก็ตามที่จำเลยแทงผู้ตายไปนั้น จะถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายยังไม่ถนัด เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะต่อสู้ จำเลยไม่มีโอกาสที่จะเลือกแทงได้ เพราะผู้ตายกำลังตีจำเลยอยู่ จำเลยแทงผู้ตายทีเดียวแต่บังเอิญถูกที่สำคัญ จึงเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจำเลยควรมีผิดเพียงฐานทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยมิได้มีเจตนาฆ่า
พิพากษาแก้ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๐ วางโทษจำคุก ๖ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘คงจำคุก ๔ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2513
พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์
นายเอม หมวกสังข์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายเอม หมวกสังข์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ประพนธ์ ศาตะมาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสุทธิ บัวแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา