คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ถ้อยคำของผู้ตายที่บอกกล่าวว่าผู้ใดฆ่าตน โดยไม่มีเวลาตรึกตรอง หรือรู้ตัวว่าจะตายโดยไม่มีหวังรอด ย่อมรับฟังเป็นพยานได้
ย่อคำพิพากษา
ถ้อยคำของผู้ตายที่ได้ร้องบอกกล่าวขึ้นทันทีทันใดว่าผู้ใดฆ่าตนโดยไม่มีเวลาตรึกตรองนั้น ย่อมรับฟังเป็นพยานได้ และถ้อยคำของผู้ตายที่บอกกล่าวว่าผู้ใดฆ่าตน ในกรณีที่ผู้ตายรู้แล้วว่าตนเองจะตายโดยไม่มีหวังรอดเช่นนี้ ย่อมรับฟังเป็นพยานประกอบได้เช่นเดียวกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายบุญ ปองเหมือน ตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุกจำเลย ๑๖ ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อเสียงปืนที่ประตูรั้วบ้านดังขึ้น ๑ นัด พยานโจทก์ได้ยินผู้ตายร้องขึ้นทันทีว่า "หนานรัตน์ยิงข้าเน้อ" เป็นถ้อยคำของผู้ตายได้ร้องบอกกล่าวขึ้นทันทีทันใด โดยไม่มีเวลาตรึกตรอง ย่อมรับฟังเป็นพยานได้ เมื่อพยานโจทก์ไปถึงผู้ตาย ผู้ตายยังบอกพยานโจทก์อีกว่าหนานรัตน์ลูกนายเรือนยิง ก่อนผู้ตายขาดใจตายเพียง ๕ นาที ถ้อยคำของผู้ตายที่บอกกล่าวในกรณีที่ผู้ตายรู้แล้วว่าตนเองจะตายโดยไม่มีหวังรอดเช่นนี้ ย่อมรับฟังเป็นพยานประกอบได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2513
พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายรัตน์ คำวังจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายรัตน์ คำวังจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นายสหัส สิงหวิริยะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด มงคลชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา