⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 467-468/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467-468/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นที่สำคัญผิด ถูกข่มขู่ หรือถูกลวงฉ้อฉล ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการเข้าชื่อซื้อหุ้นไม่ได้ในทางแพ่ง แต่ยังคงมีสิทธิฟ้องคดีอาญาฐานฉ้อโกงได้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1114 ที่ได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นฟ้องร้องขอให้ศาลเพิกถอนการที่ตนได้เข้าชื่อซื้อ โดยยกเหตุว่าสำคัญผิดหรือต้องข่มขู่หรือถูกลวงล่อฉ้อฉลนั้น ห้ามเฉพาะในกรณีที่ฟ้องร้องกันในทางแพ่งเท่านั้น มิได้มีผลห้ามมิให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นฟ้องในคดีอาญาฐานฉ้อโกง ฉะนั้น ผู้เสียหายหรือพนักงานอัยการ ในเมื่อมีการร้องทุกข์ จึงมีอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1114

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนมีข้อความทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงประชาชนขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓ ให้จำเลยร่วมกันคืนเงิน ๑๔๑, ๗๐๐ บาท และโฉนดส.ค.๑ (ในสำนวนแรก) และคืนเงิน ๙,๘๕๐ บาท และ ส.ค.๑ (ในสำนวนที่ ๒)ให้ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ทั้งสองสำนวนรวมกันมีกำหนด ๓ ปีให้คืนเงิน ๑๔๑,๗๐๐ บาท และโฉนดส.ค.๑ และเงิน ๙,๘๕๐ บาท ส.ค.๑ให้ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกา (ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓) วินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๑๔ ห้ามมิให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นฟ้องร้องขอให้ศาลเพิกถอนการที่ตนได้เข้าชื่อซื้อ โดยยกเหตุว่าสำคัญผิดหรือต้องข่มขู่ หรือถูกลวงล่อฉ้อฉล ย่อมมีผลห้ามมิให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นฟ้องว่าถูกหลอกลวงในคดีอาญาด้วยนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าบทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติห้ามเฉพาะกรณีที่ฟ้องร้องกันในทางแพ่งแต่ในกรณีที่เกิดขึ้นในทางอาญา ผู้เสียหายหรือพนักงานอัยการในเมื่อมีการร้องทุกข์มีอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467 - 468/2513 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 1 นายสาย กาญจนจินดา ที่ 2 จำเลย พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 1 นายสาย กาญจนจินดา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 1 นายสาย กาญจนจินดา ที่ 2 · โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 1 นายสาย กาญจนจินดา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · ถาวร หุตะโกวิท · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประเทือง วรรณพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 915/2566ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2794/2516ฎีกา 2264/2532ฎีกา 1342/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา