⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 598/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เทศบาลจะใช้อำนาจตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2503 สั่งรื้อถอนอาคารได้ก็ต่อเมื่อตัวอาคารนั้นชำรุดทรุดโทรมหรืออยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจและไม่อาจแก้ไขได้เท่านั้น การสั่งรื้อถอนอาคารโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามกฎหมายดังกล่าวถือเป็นการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

อำนาจของเทศบาลที่จะสั่งรื้อและดำเนินการรื้อถอนอาคารที่ชำรุดทรุดโทรมหรืออยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจ และไม่อาจแก้ไขได้ ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ. 2503 นั้น หมายความถึงตัวอาคารชำรุดทรุดโทรมหรืออยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจและไม่อาจแก้ไขได้ มิใช่หมายความถึงบริเวณ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า อาคารของโจทก์ยังไม่ชำรุดทรุดโทรม เป็นแต่ตั้งปะปนอยู่กับอาคารอื่นเมื่อรื้ออาคารอื่นแล้วทำให้เกิดที่ว่างคั่นอาคารของโจทก์ ทำให้มีสภาพไม่น่าดูเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นเหตุให้อาคารของโจทก์ตกเป็นอาคารที่อยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจและไม่อาจแก้ไขได้ เช่นนี้ เทศบาลจึงจะใช้อำนาจตามมาตรา 12 แห่งกฎหมายดังกล่าวมาบังคับไม่ได้ เมื่ออาคารของโจทก์ไม่อยู่ในลักษณะที่เทศบาลจะใช้อำนาจตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2503 บังคับได้ การที่เทศบาลสั่งรื้อและดำเนินการรื้อถอนอาคารของโจทก์เอง โดยโจทก์ไม่ยินยอมจึงเป็นการละเมิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2503 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจนำเอาพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓มาตรา ๑๒ มาใช้บังคับสั่งรื้อและดำเนินการรื้อถอนอาคารของโจทก์ ๒ ห้องจนหมดสภาพเป็นอาคารใช้การไม่ได้ โดยโจทก์ไม่ยินยอมและโดยอาคารของโจทก์ยังมีสภาพมั่นคงแข็งแรงมิได้มีการชำรุดทรุดโทรมแต่ประการใดจำเลยจงใจกระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้จำเลยกระทำได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมและแทนกันใช้เงิน ๗๑,๙๒๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่าได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายมิได้แกล้งหรือจงใจบังอาจให้โจทก์เสียหาย โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งก่อนโจทก์ทราบกำหนดวันรื้อถอนแล้วจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้การว่า ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๔ ให้การว่า รับจ้างจำเลยที่ ๑ กระทำไปโดยเชื่อด้วยสุจริตว่าจำเลยที่ ๑ มีอำนาจตามกฎหมาย จึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะมิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองมาตรา ๑๒ แต่โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องเพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ เมื่อคณะกรรมการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งตั้งขึ้นตามกฎหมายได้ไปตรวจสภาพอาคารของโจทก์แล้วลงความเห็นว่า อาคารของโจทก์มีสภาพเก่ารกรุงรังและน่ารังเกียจไม่อาจแก้ไขได้ ควรสั่งรื้อ เจ้าพนักงานท้องถิ่นก็มีอำนาจสั่งรื้อได้ภายในกำหนดเมื่อโจทก์ไม่ยอมรื้อ เจ้าพนักงานท้องถิ่นก็มีอำนาจดำเนินการรื้อโดยคิดค่าใช้จ่ายจากโจทก์ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้จำเลยที่ ๑ ตามฟ้องแย้งพร้อมทั้งดอกเบี้ยแต่วันฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ ทำการรื้อถอนอาคารของโจทก์ซึ่งเชื่อได้ว่าขณะถูกรื้อยังอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ชำรุดทรุดโทรมหรือมีสภาพอันน่ารังเกียจและไม่อาจแก้ไขได้แต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อต้องการเอาที่ดินของโจทก์ไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ประการอื่น โดยใช้อำนาจตามมาตรา ๑๒พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓ มาใช้เป็นการกระทำที่ปราศจากอำนาจตามกฎหมายทำให้โจทก์เสียหายเป็นการละเมิด พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ร่วมกันและแทนกันใช้เงิน ๗๑,๙๒๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องให้โจทก์ ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา เพียงข้อเดียวว่า จำเลยมีอำนาจสั่งรื้อถอนได้ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๒ จึงไม่เป็นละเมิด ขอให้บังคับโจทก์ตามฟ้องแย้ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อาคารของโจทก์ยังไม่ชำรุดทรุดโทรมหรืออยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจและไม่อาจแก้ไขได้ ตั้งปะปนอยู่กับอาคารอื่นคงเป็นแต่ว่าเมื่อได้รื้อถอนอาคารส่วนมากออกไปแล้ว ทำให้มีที่ว่างคั่นอาคารของโจทก์และของผู้อื่นที่ถูกรื้อไปเป็นตอน ๆ ทำให้มีสภาพไม่น่าดูเท่านั้นจึงไม่เป็นเหตุให้อาคารพิพาทของโจทก์ตกเป็นอาคารที่อยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจและไม่อาจแก้ไขได้ไป มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓หมายความถึงตัวอาคารไม่ใช่บริเวณ เมื่ออาคารของโจทก์ยังไม่ชำรุดทรุดโทรมหรืออยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจและไม่อาจแก้ไขได้ จึงนำเอามาตรา ๑๒แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับไม่ได้ เมื่ออาคารของโจทก์ไม่อยู่ในลักษณะที่เทศบาลจะใช้อำนาจตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติข้างต้นมาบังคับได้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ จึงเป็นละเมิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2513 นางประไพ วิริยะพันธุ์ โจทก์ เทศบาลนครกรุงเทพ โดยนายชำนาญ ยุวบูรณ์ นายกเทศมนตรี ที่ 1 นายจรูญ วัฒนากร ที่ 2 นายเล็ก ขันภรัตน์ ที่ 3 นายสมชัย จาตุรวงศ์ หรือนายสมชาย แซ่ฮั่น ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประไพ วิริยะพันธุ์ · นายจรูญ - เทศบาลนครกรุงเทพ โดยนายชำนาญ ยุวบูรณ์ นายกเทศมนตรี ที่ 1 · 2 - วัฒนากร ที่ · จำเลย - นายเล็ก ขันภรัตน์ ที่ 3 นายสมชัย จาตุรวงศ์ หรือนายสมชาย แซ่ฮั่น ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม สิริสาลี · กิตติ สีหนนทน์ · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยงยุทธ เลอลภ · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์พล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา