คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเดิมย่อมผูกพันคู่ความในประเด็นที่ได้วินิจฉัยแล้ว การฟ้องคดีใหม่โดยอ้างข้ออ้างที่ขัดแย้งกับคำพิพากษาเดิม ถือเป็นการฟ้องซ้ำ
ย่อคำพิพากษา
เดิมจำเลยฟ้องขอให้ถอนชื่อโจทก์จากโฉนดโดยอ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่าบุคคลภายนอกยกที่ดินให้แก่โจทก์ ศาลคดีเดิมพิพากษาคดีถึงที่สุดว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย คำพิพากษาของศาลคดีเดิมย่อมผูกพันโจทก์จำเลย ดังนั้น การที่โจทก์กลับมาฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยแบ่งขายที่พิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่งจึงเท่ากับเป็นการเถียงรื้อฟื้นคดีเดิมว่าที่พิพาทไม่ใช่เป็นของจำเลยทั้งหมด แต่เป็นของโจทก์ครึ่งหนึ่ง กรณีจึงเป็นการฟ้องซ้ำ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๑ โจทก์ขออาศัยจำเลยอยู่ที่ตึกแถวเลขที่ ๑๕๖, ๑๕๘ ซึ่งปลูกบนที่ดินโฉนดที่ ๓๓๐๑, ๓๓๘๑ และโฉนดทั้งสองเป็นชื่อของบุคคลภายนอก โดยโจทก์จำเลยตกลงกันว่า โจทก์ต้องฟ้องขับไล่ผู้เช่าเอาเอง และจำเลยจะขายที่ดินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งพร้อมด้วยห้องแถวหนึ่งห้อง โจทก์ปฏิบัติตามข้อตกลง และชำระเงินให้ครบถ้วนแล้ว ครั้นประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ จำเลยให้โจทก์โอนที่ดินสองโฉนดนั้นซึ่งได้โอนเป็นของโจทก์เมื่อตอนฟ้องขับไล่ผู้เช่า ให้กลับคืนไปเป็นของจำเลย แล้วจำเลยจะโอนให้โจทก์ใหม่ ๑ โฉนด แต่โจทก์ตกลงจะโอนให้จำเลยเพียงโฉนดเดียว ส่วนอีกโฉนดหนึ่งนั้น เห็นว่าไม่จำเป็นต้องโอนกลับไปกลับมาเพราะมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของอยู่แล้ว ทั้งโจทก์เกรงว่าเมื่อโอนเป็นของจำเลยแล้ว จำเลยจะไม่โอนคืนให้โจทก์ จำเลยจึงฟ้องโจทก์เป็นคดี ซึ่งต่อมาศาลพิพากษา คดีถึงที่สุดให้โจทก์โอนที่ดินและตึกแถวให้จำเลย โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยยอมให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหนึ่งแปลงพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง โดยรวมโฉนดที่ ๓๓๐๑ และ ๓๓๘๑เข้าด้วยกันแล้วแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง
จำเลยให้การว่า ไม่ได้ตกลงขายที่ดินและตึกแถวให้โจทก์และไม่ได้รับเงินจากโจทก์ จำเลยตกลงให้โจทก์เข้าอยู่ในตึกแถว ๒ ห้องนั้น แต่โจทก์เข้าอยู่ไม่ได้เพราะมีคนเช่าอยู่ จำเลยจึงเอาชื่อโจทก์ลงในโฉนดเป็นเจ้าของเพื่อฟ้องขับไล่ ครั้นเมื่อฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกไปแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่โอนคืนให้จำเลย จึงจำต้องฟ้องโจทก์ซึ่งในคดีนั้น โจทก์ต่อสู้ว่าบุคคลภายนอกยกที่ดินและตึกแถวให้โจทก์ จึงเป็นการพิพากษาด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ แต่ศาลในคดีนั้นพิพากษาว่าเป็นของจำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จะฟ้องคดีนี้อีกไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยานทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยในคดีนี้เป็นคู่ความรายเดียวกันกับคดีเดิมซึ่งศาลฎีกาคดีเดิมพิพากษาว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นของจำเลยคดีนี้คำพิพากษาของศาลฎีกาคดีเดิมจึงผูกพันคู่ความตาม มาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉะนั้น การที่โจทก์กลับมากล่าวอ้างในคดีนี้ว่าจำเลยแบ่งขายที่พิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่งก็เท่ากับเป็นการเถียงรื้อฟื้นคดีเดิมว่าไม่ใช่เป็นของจำเลยทั้งหมด แต่เป็นของโจทก์ครึ่งหนึ่ง กรณีจึงเป็นการฟ้องซ้ำตามมาตรา ๑๔๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2513
พลโทเต็ม หอมเศรษฐี โจทก์
นางสมบุญ บรรหารศุภวาท จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พลโทเต็ม หอมเศรษฐี · จำเลย - นางสมบุญ บรรหารศุภวาท |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ พันธุพัก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา