⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 659-660/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659-660/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของลูกจ้างที่กระทำไปนอกเหนือขอบเขตหน้าที่ หรือกระทำไปโดยพลการ ไม่ถือเป็นการกระทำในทางการที่จ้าง นายจ้างจึงไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

รถยนต์บรรทุกเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1มีหน้าที่ขับรถคันนี้ วันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ขับรถคันนี้ไปส่งของที่โกดังของ ท. เมื่อเอาของลงเสร็จแล้วได้จอดรถทิ้งไว้ที่โกดังนั้น ตัวไปเสียที่อื่นโดยทิ้งกุญแจรถเสียบไว้ในที่สตาร์ทรถ ย. ซึ่งเป็นผู้จัดกิจการของจำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 3 ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีหน้าที่ขับรถไปดูรถ มิได้สั่งให้ขับรถกลับมา จำเลยที่ 3 ขับรถมาโดยพลการจนเกิดชนกับรถคันอื่นดังนี้ จะถือว่าเป็นการกระทำในทางการที่จ้างไม่ได้จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3 และการกระทำของจำเลยที่ 2 นั้น แม้จะไม่เป็นการรอบคอบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นผลให้เกิดการละเมิดขึ้นโดยตรง จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3 เหมือนกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.432

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้ง ๒ สำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกเลขทะเบียน ช.บ.๐๕๔๒๑ จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่ ๑มีหน้าที่ควบคุมดูแลรักษาและขับรถบรรทุกดังกล่าว จำเลยที่ ๓ ก็เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถดังกล่าวบรรทุกสินค้าไปส่งให้บริษัทไทยวาเทรดดิ้ง จำกัด ตามทางการที่จ้าง เมื่อส่งสินค้าแล้ว ยังไม่นำรถกลับมา จำเลยที่ ๑ จึงสั่งให้จำเลยที่ ๓ ไปตามและให้นำรถกลับมาจำเลยที่ ๓ ไปตามจำเลยที่ ๒ ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ไม่อยู่ที่รถและทิ้งกุญแจสวิชรถไว้ที่รถนั้น จำเลยที่ ๓ จึงขับรถนั้นเพื่อกลับสำนักงาน จำเลยที่ ๑จำเลยที่ ๓ ขับรถมาด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้รถที่ขับชนกับรถยนต์ ก.ท.ษ.๐๓๘๙ ซึ่งแล่นสวนทางมา ผู้โดยสารในรถ ก.ท.ษ.๐๓๘๙ตาย ๘ คน บาดเจ็บสาหัส ๑ คน จำนวนคนที่ตายมีนายเพียวเทียม แซ่ลิ้มสามีและบิดาของโจทก์ในสำนวนที่ ๑ และนายย่งปิน แซ่ลิ้ม สามีและบิดาของโจทก์ในสำนวนที่ ๒ รวมอยู่ด้วย เหตุที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ ด้วยที่จอดรถและทิ้งกุญแจไว้ที่รถจำเลยที่ ๓ จึงขับรถไปได้ ขอให้ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ให้การรับว่า เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุก ช.บ.๐๕๔๒๑ จริงและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๒ จริงส่วนจำเลยที่ ๓ มิได้เป็นลูกจ้างหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในกิจการของจำเลยที่ ๑ อย่างใด จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถบรรทุกไปตามทางการที่จ้างจริง จำเลยที่ ๑ ไม่เคยสั่งการให้จำเลยที่ ๓ ไปติดตามและให้นำรถกลับ จำเลยที่ ๓ กระทำไปโดยพลการ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถไปส่งของให้บริษัทไทยวาเทรดดิ้ง จำกัด จำเลยที่ ๑ ไม่เคยสั่งให้จำเลยที่ ๒ ต้องควบคุมและขับรถกลับไปสำนักงาน และไม่เคยสั่งให้จำเลยที่ ๓ ไปติดตามและนำรถกลับ จำเลยที่ ๓ บังอาจขึ้นไปนั่งบนรถและลักขับรถจากที่จอดในขณะที่จำเลยที่ ๒ ไม่อยู่ โดยจำเลยที่ ๒ มิได้อนุญาตหรือมอบหมายให้ทำจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่จำเลยที่ ๓ ได้ก่อขึ้น จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ และไม่เคยรับคำสั่งจากจำเลยที่ ๑ ให้ไปติดตามรถ จำเลยที่ ๓ มิได้ประมาทเลินเล่อเหตุที่ชนกันเป็นเพราะผู้ขับรถ ก.บ.ษ.๐๓๘๙ เป็นฝ่ายประมาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ ผู้เดียวใช้ค่าเสียหาย โจทก์อุทธรณ์ ขอให้จำเลยที่ ๑, ๒ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ขอให้จำเลยที่ ๑, ๒ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ ด้วย ศาลฎีกาฟังว่ารถบรรทุก ช.บ.๐๕๔๒๑ เป็นของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ขับรถคันนี้ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ขับรถคันนี้บรรทุกมันเส้นจากจังหวัดระยองมาส่งที่โกดังของบริษัทไทยวาเทรดดิ้ง จำกัดเมื่อเอามันลงเสร็จแล้วได้จอดรถไว้ที่โกดังนั้น โดยทิ้งกุญแจรถเสียบไว้ในที่สตาร์ทรถ ต่อมาจำเลยที่ ๓ ได้มาขับรถนั้นไป แล้วเกิดชนกับรถฟอร์ดเทมส์ก.ท.ษ.๐๓๘๙ ซึ่งขับสวนทางมา คนโดยสารในรถฟอร์ดเทมส์ตาย ๘ คนมีนายเพียวเทียมและนายย่งปิดด้วย พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยที่ ๓ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตายและบาดเจ็บสาหัส จำเลยที่ ๓รับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว ถึงแม้จะฟังว่าจำเลยที่ ๓เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ก็ไม่มีหน้าที่ในการขับรถแต่อย่างใดนางนงลักษณ์ซึ่งเป็นผู้จัดกิจการของจำเลยที่ ๑ ใช้ให้จำเลยที่ ๓ ไปดูรถก็มิได้สั่งให้จำเลยที่ ๓ ขับรถกลับมา เพียงแต่ให้ไปดูว่ารถเสียหรือไม่เท่านั้นการที่จำเลยที่ ๓ ขับรถมาโดยพลการจนเกิดชนกับรถคันอื่น จะถือว่าเป็นการกระทำในทางการที่จ้างหาได้ไม่ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๓ สำหรับจำเลยที่ ๒ ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ ๒ ขับรถมาจอดที่โกดังของบริษัทไทยวาเทรดดิ้ง แล้วทิ้งรถไว้พร้อมด้วยกุญแจ ส่วนตัวไปเสียที่อื่น เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๓ ขับรถออกไปได้เช่นนี้ แม้การกระทำของจำเลยที่ ๒ ไม่เป็นการรอบคอบอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นผลให้เกิดการละเมิดขึ้นโดยตรง ถ้าหากจำเลยที่ ๓ ไม่ขับรถคันนั้นออกไป จำเลยที่ ๒จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659 - 660/2513 นางเง็ก แซ่เอี้ย ที่ 1 และผู้แทนโดยชอบธรรมของ นางสาวพรพรรณ เลื่อมประพางกูล ที่ 2 นางสาวจันทนีย์ เลื่อมประพางกูล ที่ 3 เด็กชายศักดิ์ชัย เลื่อมประพางกูล ที่ 4 โจทก์ นายสัญชัย มั่งคั่ง ที่ 1 นายนพ มาลารัก ที่ 2 นายศิริ สมพงษ์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความและผู้แทนโดยชอบธรรมของ - นางเง็ก แซ่เอี้ย ที่ 1 · 3 - นางสาวพรพรรณ เลื่อมประพางกูล ที่ 2 นางสาวจันทนีย์ เลื่อมประพางกูล ที่ · โจทก์ - เด็กชายศักดิ์ชัย เลื่อมประพางกูล ที่ 4 · จำเลย - นายสัญชัย มั่งคั่ง ที่ 1 นายนพ มาลารัก ที่ 2 นายศิริ สมพงษ์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายกวี มนุญปิจุ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา