⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1017/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2514

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องซึ่งบรรยายฐานะของโจทก์ว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ (ระบุยี่ห้อและเลขหมายทะเบียน) แต่กรรมสิทธิ์ยังไม่สมบูรณ์ เพราะอยู่ในระหว่างผ่อนชำระเงินตามสัญญาเช่าซื้อที่ทำไว้กับบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ เป็นคำฟ้องซึ่งแจ้งชัดแล้ว หาเคลือบคลุมไม่ โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ ตามสัญญาเช่าซื้อระบุว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องเป็นผู้จัดการซ่อมแซมรถให้คืนสู่สภาพเดิมโดยทุนทรัพย์ของโจทก์เองและผู้ให้เช่าซื้อยินยอมให้โจทก์มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในนามของโจทก์ได้อีกด้วย ดังนี้ เมื่อมีผู้ทำละเมิดทำให้รถที่โจทก์เช่าซื้อเสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ฟอร์ดแองเกลียทะเบียน ก.ท.ร. ๑๘๑๕๔ แต่กรรมสิทธิ์ยังไม่สมบูรณ์ เพราะอยู่ในระหว่างผ่อนชำระเงินตามสัญญาเช่าซื้อที่ทำไว้กับบริษัทอุตสาหกรรมไทยมอเตอร์ จำกัด แต่ในระหว่างผ่อนชำระราคาค่าเช่าซื้อหากมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่รถยนต์โจทก์จะต้องรับผิดซ่อมแซมให้สู่สภาพเดิม และถ้าจะมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเนื่องจากการทำละเมิดเกี่ยวกับรถยนต์ ผู้ให้เช่าซื้อยอมให้โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดในนามของตนเองได้ จำเลยที่ ๑, ๒ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์แท็กซี่คนละคัน ซึ่งได้ประกันภัยค้ำจุนไว้ต่อจำเลยที่ ๓ จำเลยได้ขับรถโดยประมาทชนรถโจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑, ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องเคลือบคลุมค่าเสียหายที่โจทก์ต้องเช่ารถยนต์ไปทำงานและค่าเสื่อมราคา จำเลยไม่ต้องรับผิดตามกรมธรรม์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์รวม ๑๑,๒๑๒ บาท โดยให้จำเลยที่ ๓ รับผิดเพียง ๘,๒๙๗ บาท (เฉพาะค่าซ่อม) เท่านั้น ให้จำเลยร่วมกันใช้ดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าว จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะบรรยายฟ้องไม่ชัดเจนว่าฟ้องในฐานะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือในฐานะผู้เช่าซื้อผู้ได้รับความเสียหายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถคันพิพาทแต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์กันเพราะอยู่ในระหว่างผ่อนชำระเงินตามสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทอุตสาหกรรมไทยมอเตอร์ฟ้องโจทก์แสดงไว้โดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว หาเคลือบคลุมไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ผู้ที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ คือ บริษัทอุตสาหกรรมไทยมอเตอร์ โจทก์มาฟ้องในนามตนเอง จึงไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องในนามตนเองได้เพราะตามสัญญาเช่าซื้อ โจทก์มีหน้าที่ต้องเป็นผู้จัดการซ่อมแซมรถให้คืนสู่สภาพเดิมโดยทุนทรัพย์ของโจทก์เอง และบริษัทผู้ให้เช่าซื้อยินยอมให้โจทก์มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในนามของโจทก์ได้อีกด้วยโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดต่อรถยนต์คันดังกล่าวได้ ในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยที่ ๑, ๒ ขับรถโดยประมาทชนรถโจทก์เสียหายจริง และค่าซ่อมรถตามที่ศาลล่างกำหนดให้ จำเลยที่ ๓ รับผิดชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2514 นางสาวรัชนี กฤษณรักษ์ โจทก์ นายเซียเก๊า แซ่ล้อ ที่ 1 นายประสูตร ธรรมณะจิตต์ ที่ 2 บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวรัชนี กฤษณรักษ์ · 2 - นายเซียเก๊า แซ่ล้อ ที่ 1 นายประสูตร ธรรมณะจิตต์ ที่ · จำเลย - บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมาโนช จรมาศ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา