⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1068/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์บรรยายฟ้องให้เห็นถึงการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และมีคำขอให้ลงโทษฐานดังกล่าว ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินที่ได้ไปแก่ผู้เสียหายได้ แม้ในคำขอท้ายฟ้องจะไม่ได้ระบุฐานความผิดดังกล่าวโดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีความผิดต่อชีวิต แม้ในคำขอให้ลงโทษท้ายฟ้องโจทก์เพียง แต่อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289 มาเท่านั้นก็ดีแต่ในคำฟ้องได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำของจำเลย มาแล้วว่าจำเลยยิงผู้ตายด้วยเจตนาฆ่า เพื่อความสะดวกในการที่จำเลยจะลักทรัพย์และเมื่อยิงแล้วจำเลยได้ลักเอาเงิน 2,400 บาทของผู้ตายไปโดยเจตนาทุจริต และยังมีคำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินที่ลักไปด้วย ดังนี้ ย่อมแปลคำฟ้องของโจทก์ได้ว่า โจทก์มุ่งประสงค์ที่จะให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์อยู่ด้วย จึงเป็นคดีความผิดต่อชีวิตและคดีชิงทรัพย์ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 บัญญัติให้พนักงานอัยการมีคำขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายได้ ศาลจึงพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๑๑ เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายทวีและนางพวง สู้ทรัพย์สามีภรรยาหลายนัด โดยเจตนาฆ่า เพื่อความสะดวกในการที่จำเลยทั้งสองจะลักทรัพย์ของนายทวีนางพวง กระสุนปืนถูกนายทวีถึงแก่ความตายทันทีนางพวงถูกกระสุนปืนบาดเจ็บสาหัส ไม่ถึงแก่ความตาย เมื่อจำเลยทั้งสองยิงนายทวีนางพวงแล้วจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันลักเอาเงิน ๒,๔๐๐ บาท ของนายทวีนางพวงไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลชุมแสงสงครามอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เจ้าพนักงานได้ปลอกกระสุนปืนลูกซอง ๒ ปลอก ต่อมาจับจำเลยทั้งสองได้ ได้อาวุธปืนลูกซองยาว กระสุน ๔ นัด ปืนลูกซองสั้น กระสุน ๑ นัด ซึ่งจำเลยใช้กระทำผิด และธนบัตร ๑๐๐ บาท ซึ่งจำเลยลักไปเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙(๖), ๘๓, ๓๒, ๓๓ ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืนของกลางกับให้จำเลยร่วมกันคืนเงิน ๒,๔๐๐ บาทแก่นางพวง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙(๖), ๘๓ ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙(๖), ๘๓ ซึ่งเป็นบทหนัก ประหารชีวิต ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ ลง ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒(๑) จำคุกจำเลยที่ ๑ ตลอดชีวิต อาวุธปืนปลอกกระสุนปืนริบ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๒,๔๐๐ บาท แก่นางพวงเจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ยกฟ้องเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒ คืนปืนและกระสุนปืนที่จับยึดมาได้จากจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใช้เงินให้นางพวง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยเห็นด้วยในข้อลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาและเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ในข้อยกฟ้องโจทก์สำหรับตัวจำเลยที่ ๒ ส่วนในข้อให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ คืนเงิน ๒,๔๐๐ บาท ให้แก่นางพวงเจ้าทรัพย์ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วยนั้นศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ แม้ในคำขอให้ลงโทษจำเลยท้ายคำฟ้องโจทก์เพียงแต่อ้างบทมาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ ซึ่งเป็นความผิดต่อชีวิตมาเท่านั้นก็ดี แต่ในคำฟ้องโจทก์ก็ได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยมาแล้วว่าจำเลยยิงผู้ตายด้วยเจตนาฆ่าเพื่อความสะดวกในการที่จำเลยจะลักทรัพย์และเมื่อยิงแล้วจำเลยได้ลักเอาเงิน ๒,๔๐๐ บาทของผู้ตายและผู้เสียหายไปโดยเจตนาทุจริต และยังมีคำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินที่ลักไปด้วย ดังนี้ย่อมแปลคำฟ้องของโจทก์ได้ว่า โจทก์มุ่งประสงค์ที่จะให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์อยู่ด้วย คดีนี้จึงเป็นคดีความผิดต่อชีวิตและคดีชิงทรัพย์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ บัญญัติให้พนักงานอัยการมีคำขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายได้ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายจึงชอบแล้ว แต่ที่สั่งให้คืนเต็มจำนวน ๒,๔๐๐ บาทยังไม่ถูกต้อง เพราะได้ความว่า เจ้าพนักงานจับยึดได้ธนบัตรที่จำเลยลักไปคืนมาแล้ว ๑๐๐ บาท จึงคงเหลือเงินที่จำเลยที่ ๑ จะต้องคืนหรือใช้แทนเพียง ๒,๓๐๐ บาท พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นให้จำเลยที่ ๑ คืนเงิน ๒,๓๐๐ บาทให้แก่นางพวง สู่ทรัพย์ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2514 อัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายจรูญ หรือจรุณ์ คงสุวรรณ ที่ 1 นายสวย ไพรเถื่อน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายจรูญ หรือจรุณ์ คงสุวรรณ ที่ 1 นายสวย ไพรเถื่อน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายอัมพร ศศะภูริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 888/2490ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา