⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1262/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อจำเลยหลายคนร่วมกันกระทำความผิดอาญาอย่างหนึ่ง และจำเลยบางคนได้กระทำความผิดอีกอย่างหนึ่งอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำความผิดแรกนั้น จำเลยที่ร่วมกระทำความผิดแรกแต่ไม่รู้เห็นในการกระทำความผิดอีกอย่างหนึ่ง ย่อมต้องรับผิดในความผิดแรกเท่านั้น 2. ศาลอุทธรณ์มีอำนาจปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษจำเลยได้ แม้โจทก์จะไม่ได้อุทธรณ์ในทำนองนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสี่ปล้นบ้านเจ้าทรัพย์ โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขึ้นไปปล้นบนบ้านส่วนจำเลยที่ 1 คอยเฝ้าระวังเหตุการณ์อยู่ริมรั้วขณะจำเลยกำลังทำการปล้นอยู่บนบ้านส่วนจำเลยที่ 1 ใช้ปืนยิงพวกเจ้าทรัพย์คนหนึ่งถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 340 วรรคท้าย จำเลยนอกนั้นไม่รู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ยิงผู้ตาย จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคท้าย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ห้ามมิให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย เว้นแต่โจทก์จะได้อุทธรณ์ทำนองนั้น มิได้บัญญัติห้ามมิให้ศาลปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนและมีด ทำการปล้นทรัพย์ของเจ้าทรัพย์โดยขู่เข็ญ เจ้าทรัพย์และใช้ปืนยิงนายดี อินต๊ะแสน พวกเจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า เพื่อความสะดวกในการปล้นทรัพย์ หรือพาทรัพย์ไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓ และขอให้สั่งคืนปืนแก๊ปแก่เจ้าทรัพย์ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๖๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลยทั้งสี่คนไว้ตลอดชีวิต จำเลยทุกคนให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้างลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘, ๕๓ คงจำคุกจำเลยไว้คนละ ๑๖ ปี คืนปืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ ให้จำเลยช่วยกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๖๕๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสี่คนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยทั้งสี่คนกระทำผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ซึ่งเป็นบทหนักนั้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ ชอบที่จะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ก็ไม่อาจแก้ไขได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่คนฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า คืนเกิดเหตุจำเลยทั้งสี่คนเข้าไปปล้นบ้านเจ้าทรัพย์ โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ขึ้นไปบนบ้านเจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๓ เอามีดจ่อคอและจับคอเสื้อนางยู่ภรรยาเจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๒ เอาปืนลูกซองสั้นจ่อหลังนายหมวกเจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๓ ล้วงเงินในกระเป๋าเสื้อนางยู่ไป ๔๐ บาท เอาเงินที่ซุกไว้ใต้เสื่อลำแพนไปอีก ๒๖๐ บาท แล้วหยิบปืนแก๊ปยาวของเจ้าทรัพย์ส่งให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งอยู่บนพื้นดิน จำเลยที่ ๑ ซึ่งคอยเฝ้าระวังเหตุการณ์อยู่ริมรั้วใช้ปืนยิงนายดีพวกเจ้าทรัพย์ ๒ นัดเป็นเหตุให้นายดีถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยที่ ๑ ก็เรียกจำเลยอื่นที่อยู่บนเรือนให้กลับ จำเลยทุกคนพากันกลับไปโดยจำเลยที่ ๔ หยิบวิทยุบนเรือนไปด้วย จึงวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ผู้เดียวเป็นผู้ยิงนายดี เพื่อความสะดวกในการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ จึงควรมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๓๔๐ วรรคท้าย เฉพาะจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ไม่รู้เห็นในการที่จำเลยที่ ๑ ยิงนายดี จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาศาลอุทธรณ์ก็ไม่อาจแก้ไขได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เพราะมาตรา ๒๑๒ ห้ามมิให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย เว้นแต่โจทก์จะได้อุทธรณ์ทำนองนั้น มิได้ห้ามมิให้ศาลปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องลงโทษจำเลย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๓๔๐ วรรคท้าย ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ ซึ่งเป็นบทกฎหมายซึ่งมีโทษหนักที่สุดให้วางโทษประหารชีวิตจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘, ๕๒ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๑๖ ปี จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย วางโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ไว้ตลอดชีวิต จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ รับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘, ๕๓ ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ไว้คนละ ๑๖ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2514 อัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายธรรม ศรีทอง ที่ 1 นายแดง เมืองสอง ที่ 2 นายกองคำ หรือทอง ปีนัง ที่ 3 นายน้อย ปีนัง ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดแพร่ · 2 - นายธรรม ศรีทอง ที่ 1 นายแดง เมืองสอง ที่ · จำเลย - นายกองคำ หรือทอง ปีนัง ที่ 3 นายน้อย ปีนัง ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายสุภาส เลิศฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7722/2544ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 628/2493ฎีกา 7281/2537ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 6675/2531ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา