⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1362/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใส่ความเจ้าพนักงานว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากเป็นความจริงย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชน จำเลยจึงขอพิสูจน์ความจริงได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อความที่จำเลยโฆษณาว่า "จ่าสิบตำรวจอารมย์ ประทุมศรี หัวหน้าตำรวจจราจรและพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ฟังทางนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของท่านจงอย่าเห็นแก่เล็กแก่น้อย ฯลฯ" นั้นไม่ใช่เป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว เพราะผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการจราจร การที่ผู้เสียหายเรียกหรือรับสินบนจากผู้กระทำผิดจราจรนั้น ย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบถ้าเป็นความจริงดังที่จำเลยโฆษณา ก็ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจำเลยจึงขอพิสูจน์ความจริงได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันโฆษณาดูหมิ่นจ่าสิบตำรวจอารมณ์ ประทุมศรี และพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ซึ่งรับราชการเป็นตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ทางวิทยุกระจายเสียง จ.ส.๕ จังหวัดชัยภูมิ ว่า "จ่าสิบตำรวจอารมณ์ ประทุมศรี หัวหน้าตำรวจจราจร กับพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ฟังทางนี้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านจงอย่างเห็นแก่เล็กแก่น้อย คำขวัญของอธิบดีตำรวจที่ว่าจงบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ราษฎร ท่านลืมแล้วหรืออย่างผิดนโยบายผู้ใหญ่ เดี๋ยวจะหาว่าพายุพัดไม่เตือน" ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๓๒๖, ๓๒๘, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้โฆษณาหมิ่นประมาทผู้เสียหายที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๓๒๖, ๓๒๘ ให้ลงโทษตามบทหนักตามมาตรา ๓๒๘ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ สามเดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ สองเดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ จำเลยให้การต่อสู้ว่ามิได้ทำผิดดังฟ้องคือ มิได้ดูหมิ่นและหมิ่นประมาทผู้เสียหาย หากว่าเป็นการหมิ่นประมาทจำเลยก็จะนำพยานมาสืบพิสูจน์ความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ การรีดไถ รับเงินสินบนจากใครไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำสืบพิสูจน์ว่าเป็นความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานจำเลยจนสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จศาลสอบจำเลย จำเลยแถลงว่า จะสืบพยานเพื่อแสดงว่าไม่เป็นข่าวหมิ่นประมาท เป็นการติชมของสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยาน คงให้จำเลยอ้างตนเองเข้าเบิกความเป็นพยาน ปัญหาที่ต้องพิจารณาในชั้นนี้คงมีว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิที่จะพิสูจน์ข้อที่ถูกหาว่าหมิ่นประมาทนั้นว่าเป็นความจริงหรือไม่ ความตอนหนึ่งที่จำเลยโฆษณาหมิ่นประมาทนั้นมีว่า "จ่าสิบตำรวจอารมณ์ ประทุมศรี หัวหน้าตำรวจจราจรและพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ฟังทางนี้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านจงอย่างเห็นแก่เล็กแก่น้อย ฯลฯ" ข้อความนี้โจทก์นำสืบว่าหมายความว่า ผู้เสียหายทั้งสองนี้รีดไถผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติจราจรโดยเรียกเงินตอบแทนแล้วไม่จับกุม และทำให้ผู้ฟังข่าวนี้เข้าใจว่าผู้เสียหายทั้งสองเรียกเงินจากพวกขับรถเป็นการไม่ชอบด้วยหน้าที่ ได้ความดังกล่าวแล้วศาลฎีกาเห็นว่าผู้เสียหายทั้งสองเป็นตำรวจอันเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในกรณีนี้ ผู้เสียหายทั้งสองมีหน้าที่ปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการจราจรและในการปฏิบัติราชการตามหน้าที่นี้ ผู้เสียหายทั้งสองได้รีดไถเงินทองหรืออีกนัยหนึ่งก็คือเรียกหรือรับสินบนจากผู้กระทำผิดจราจรเช่นนี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ การที่จำเลยทั้งสองหมิ่นประมาทผู้เสียหายทั้งสองด้วยข้อความดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการที่จำเลยทั้งสองรู้เห็นการกระทำของผู้เสียหายทั้งสองและออกโฆษณาเป็นการตักเตือนไปเช่นนั้นย่อมเป็นประโยชน์ต่อการที่จะให้ผู้เสียหายสังวรต่อการกระทำเช่นนั้นเมื่อจำเลยมาพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์ต่อศาลได้ก็ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่มีอาชีพหรือหน้าที่เกี่ยวกับการขับขี่ยวดยานในท้องถนนหลวงที่จะไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสองกระทำการเช่นดังกล่าวแล้วได้อีก ศาลฎีกาเห็นว่า การพิสูจน์ความจริงของจำเลยทั้งสองย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนจำเลยทั้งสองจึงขอพิสูจน์ความจริงได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2514 อัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายสุพจน์ หรือพุย ภูมิบริรักษ์ ที่ 1 นายอนุสรณ์ เกล็ดโยธิน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายสุพจน์ หรือพุย ภูมิบริรักษ์ ที่ 1 นายอนุสรณ์ เกล็ดโยธิน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายสมชัย น้อยสง่า · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 437/2505ฎีกา 4960/2533ฎีกา 9884/2539ฎีกา 370/2520ฎีกา 2272/2527ฎีกา 1551/2503ฎีกา 1072/2507ฎีกา 3/2508ฎีกา 1312/2542ฎีกา 7435/2541ฎีกา 5782/2540ฎีกา 2499/2526ฎีกา 1320/2513ฎีกา 14401/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา