⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1320/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้การปฏิเสธความผิดของจำเลย ทำให้ศาลต้องฟังข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์และจำเลยก่อนวินิจฉัยชี้ขาดคดี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการใส่ความทำหนังสือร้องเรียนกล่าวหาโจทก์ แล้วส่งไปโฆษณาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ร้องเรียนจริง โดยส่งคำร้องเรียนไปลงหนังสือพิมพ์ด้วยความสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับจำเลยตามคลองธรรมและเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง ขอพิสูจน์ความจริง ดังนี้เท่ากับจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด และเพื่อมิให้จำเลยต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 329 (1) และมาตรา 330 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นคำให้การปฏิเสธ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธความผิด ศาลจะต้องฟังข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์จำเลยเสียก่อนจึงจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานของโจทก์จำลยแล้ววินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยกระทำความผิดไปทีเดียว จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329 ประมวลกฎหมายอาญา ม.330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องความว่า จำเลยบังอาจหมิ่นประมาทด้วยการใส่ความโจทก์ โดยทำหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจกล่าวหาว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีส่วนได้เสียกับบุคคลอื่นจัดให้มีการเล่นการพนัน ฯลฯ ซึ่งเป็นความเท็จ แล้วส่งหนังสือนั้นไปลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งคดีมีมูล จำเลยให้การว่า จำเลยได้ร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจ แล้วส่งไปลงหนังสือพิมพ์ตามข้อความในคำฟ้องจริง แต่ข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง จำเลยร้องเรียนโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับจำเลยและตามคลองธรรมและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแก่ประชาชน จำเลยขอพิสูจน์ว่า ตามที่จำเลยร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจนั้นเป็นความจริง ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๒๘ ซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับ ๔๐๐ บาท คำขออื่นยก โดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยได้โฆษณาข้อความตามฟ้องลงในหนังสือพิมพ์เสียงราษฎร์ เป็นการส่อเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ เพื่อให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชังโดยตรง หาใช่เป็นความชอบธรรมของจำเลยที่จำเลยจะพึงกระทำไม่ จำเลยจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่การที่จำเลยจะขอพิสูจน์ความจริงนั้น หาเป็นประโยชน์แก่ประชาชนไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ควรมีความผิด เพราะกระทำไปโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ และการที่จำเลยโฆษณาหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่เป็นการส่วนตัว แต่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน จำเลยจึงพิสูจน์ความจริงได้ ขอให้ยกฟ้อง หรือให้จำเลยพิสูจน์ความจริง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่หาว่าโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มกันไม่จับกุมผู้เล่นการพนันโปปั่น และมีส่วนได้ค่าต๋งจากผู้จัดการเล่น มิใช่เป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์ความจริงย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชน พิพากษายกฟ้องคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยนำข้อความไปโฆษณาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เป็นการส่อเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ หาใช่ความชอบธรรมที่จำเลยจะพึงกระทำ และไม่เป็นประโยชน์ที่ประชาชนอื่น ๆ จะพึงได้รับ ขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยได้ร้องเรียนจริง โดยส่งคำร้องเรียนไปลงหนังสือพิมพ์ด้วยความสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับจำเลยตามคลองธรรม และเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดพแลเพื่อมิให้จำเลยต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ (๑) และมาตรา ๓๓๐ เท่ากับจำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ ศาลจะต้องฟังข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์จำเลยเสียก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒ แล้วจึงจะวินิจฉัยชี้ขาดได้ว่า จำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2513 จ่าสิบตำรวจผ่อง ฮันเย็ก โจทก์ นายนิคม จิตชื่น ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าสิบตำรวจผ่อง ฮันเย็ก · ล. - นายนิคม จิตชื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรม วรรณแสง · จำรูญ โชติรัต · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3901/2545ฎีกา 4324/2552ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 110/2516ฎีกา 1957/2515ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 1105/2519ฎีกา 437/2505ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 2274/2525ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 639/2503ฎีกา 2172/2537ฎีกา 2887/2540ฎีกา 1342/2517ฎีกา 3050/2544ฎีกา 766/2504
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา