⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1533-1534/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533-1534/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น แม้จะไม่ได้มีเจตนาโดยตรง แต่หากเกิดจากการกระทำที่ขาดความรอบคอบและประมาทเลินเล่อ ผู้กระทำต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขุดคลองลัดตรงหัวโค้งมีความกว้างเพียง 15 วา เพื่อใช้ในการลำเลียงแร่ไปสู่เรือกลไปกลางทะเล โดยปราศจากความรอบคอบไม่คำนึงถึงว่าคลองที่จำเลยขุดจะรับน้ำที่ไหลตามคลองเดิมได้เพียงพอหรือไม่ ถึงฤดูมรสุมในระยะที่เกิดเหตุฝนตกหนักหลายวันติดต่อกัน ทั้งคลื่นลมในทะเลแรงกว่าปกติคลองที่จำเลยขุดไม่อาจรับน้ำที่ไหลเชี่ยวแรงได้เพียงพอ เป็นเหตุให้น้ำดันเขื่อนไม้ที่จำเลยทำไว้พังและเซาะที่ดินของโจทก์พังกลายสภาพเป็นทะเล ดังนี้เป็นผลโดยตรงจากการขุดคลองลัดของจำเลย จำเลยต้องรับผิดชอบในความเสียหายของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อราวกลางปี พ.ศ. ๒๕๐๗ จำเลยขุดคลองลัดในที่ดินของนายน้อม เชาวลิต เชื่อมระหว่างคลองท่าศาลากับทะเลเพื่อใช้เรือขนแร่ไปส่งเรือกลไฟกลางทะเล คลองลัดที่จำเลยขุดนั้นคันลำคลองตอนเหนือเป็นแนวตรง กระแสน้ำไหลพุ่งเข้าไปในคลองลัดเป็นแนวโค้ง กระแสน้ำในลำคลองท่าศาลาไปออกปากน้ำเดิมไหลอ่อน แต่ไหลเข้าลำคลองลัดแรงกระแทกคลองฝั่งด้านใต้เชื่อมไม้ที่จำเลยทำไว้พัง ที่ดินของโจทก์พังและสิ่งปลูกสร้างหลายอย่างได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าที่ดินตามฟ้องของนายวัฒน์ นายแมน และนายติ้นวันโจทก์ไม่ใช่ของโจทก์ทั้งสาม นายติ้นวันโจทก์เป็นคนต่างด้าวไม่มีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายจำเลยขุดคลองพิพาทตามคำสั่งของนายอำเภอซึ่งเป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย จำเลยกระทำไปโดยสุจริตไม่เป็นละเมิด เหตุที่ดินพังหายไปเนื่องจากเกิดมรสุมพายุและคลื่นซัดอย่างแรง เป็นเหตุสุดวิสัยจำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้นายวัฒน์ นายแมนโจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท ให้นายติ้นวันโจทก์ ๕๑,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ว่าปากคลองพังเพราะภัยธรรมชาติอันไม่อาจคาดคิดจำเลยไม่ต้องรับผิด นายวัฒน์ นายแมนโจทก์อุทธรณ์ขอเพิ่มค่าเสียหายเป็น ๖๐,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่นายวัฒน์ นายแมนโจทก์เป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคลองท่าศาลาตรงที่จำเลยขุดคลองลัดมีความกว้างประมาณ ๒ เส้น มีรูปโค้งเป็นข้อศอกหักลงไปทางทิศใต้ จำเลยขุดคลองลัดตรงหัวโค้งทำให้น้ำในคลองท่าศาลาไหลไปตามคลองที่จำเลยขุดเป็นส่วนใหญ่ จำเลยขุดคลองลัดมีความกว้างเพียง ๑๕ วา โดยปราศจากความรอบคอบไม่คำนึงถึงว่าคลองที่จำเลยขุดรับน้ำที่ไหลมาตามคลองท่าศาลาได้เพียงพอหรือไม่ถึงฤดู มรสุมในระยะที่เกิดเหตุฝนตกหนักหลายวันติดต่อกัน ทั้งคลื่นลมในทะเลก็แรงกว่าฤดูปกติ คลองที่จำเลยขุดไม่อาจรับน้ำที่ไหลเชี่ยวแรงได้เพียงพอ เป็นเหตุให้น้ำดันเขื่อนด้านใต้พังและเซาะที่ดินของนายน้อมและของโจทก์ทั้งสามพัง เป็นผลโดยตรงจากการขุดคลองลัดของจำเลย จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายของโจทก์ พิพากษา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533 - 1534/2514 นายวัฒน์ ลีละพันธ์ ที่1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ บริษัทท่าศาลาเหมืองแร่จำกัด โดยพลตำรวจตรีสำราญ กลัดศิริ ประธาน กรรมการ ล. นายติ้นวัน แซ่ผั่ว โจทก์ บริษัทท่าศาลาเหมืองแร่จำกัด โดยพลตำรวจตรีสำราญ กลัดศิริ ประธาน กรรมการ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวัฒน์ ลีละพันธ์ ที่1 กับพวกรวม 2 คน · ประธาน - บริษัทท่าศาลาเหมืองแร่จำกัด โดยพลตำรวจตรีสำราญ กลัดศิริ · ล. - กรรมการ · โจทก์ - นายติ้นวัน แซ่ผั่ว · ประธาน - บริษัทท่าศาลาเหมืองแร่จำกัด โดยพลตำรวจตรีสำราญ กลัดศิริ · ล. - กรรมการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายดุสิต วราโห · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา