⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1650/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาหรือศาลในการพิจารณาคดี เป็นการดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกฟ้องคดีอาญาเรื่องหนึ่ง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย ขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยได้ประพันธ์ พิมพ์ และนำออกโฆษณา ทำให้แพร่หลายไปถึงประชาชนซึ่งเอกสารสิ่งพิมพ์ กล่าวถึงการกระทำของผู้ทำการแทนในตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าเป็นผู้จัดให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีและตัวผู้ทำการแทนฯ เองก็มีพฤติการณ์ให้การพิพากษาคดีดังกล่าวเป็นไปโดยรวบรัดไม่ชอบด้วยหลักยุติธรรมและกล่าวถึงการกระทำของศาลอาญาศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาคดีนั้นว่า "พิพากษาลงโทษจำเลย โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมาย หลักความยุติธรรม ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจะวิ่งไปขอความยุติธรรมต่อศาลให้สิ้นเปลืองเงินทองเพื่อประโยชน์อันใด..." ดังนี้ เป็นข้อความที่เรียกได้ว่าจำเลยกล่าวในทำนองตำหนิศาลอาญา ศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะที่ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ไม่เป็นที่พึ่งของประชาชน นับว่าเป็นการกระทำที่แสดงต่อศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาคดีจึงเป็นถ้อยคำดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 แล้ว ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 136 อีก (อ้างฎีกาที่ 1456/2506)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.136 ประมวลกฎหมายอาญา ม.198

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงานดูหมิ่นศาลและผู้พิพากษา กับละเมิดอำนาจศาล โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ประพันธ์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้พิมพ์แล้วจำเลยทั้งสามนำออกโฆษณาทำให้แพร่หลายไปถึงประชาชน ซึ่งเอกสารสิ่งพิมพ์ชื่อ "ฎีกาต่อคณะตุลาการ ศาลฎีกา คณะรัฐมนตรี คณะปฏิวัติ และประชาชน ทุกท่านอันเกี่ยวกับกระบวนยุติธรรมตำรวจ อัยการ ศาลยุติธรรม โดยคณะนักกฎหมายและนักนิติศาสตร์" ซึ่งมีข้อความดูหมิ่นนายจิตติ ติงศภัทิย์ ผู้ทำการแทนในตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า "...นายจิตติ ติงศภัทิย์ จัดให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีและตัวนายจิตติเองมีพฤติการณ์ให้การพิพากษาคดีดังกล่าวเป็นไปโดยรวบรัด ไม่ชอบด้วยหลักยุติธรรม...." และมีข้อความดูหมิ่นศาลอาญา ศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะในคดีที่ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี ปรับ 10,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาดังกล่าวเป็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานกรรโชกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ว่า "ทำการวินิจฉัยโดยวิธีงุบงิบปกปิด ซ่อนเร้น เอาพยานหลักฐานของจำเลยในคดีออกเสียจากสำนวนความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2514 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายชัยประภา นพคุณ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายชัยประภา นพคุณ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 106/2506ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 207/2528ฎีกา 64/2465ฎีกา 1398/2506ฎีกา 1728/2506ฎีกา 2256/2537ฎีกา 1106/2499ฎีกา 613/2532ฎีกา 909-910/2464ฎีกา 420/2529ฎีกา 201/2491ฎีกา 1124/2507ฎีกา 1985/2521ฎีกา 957/2467ฎีกา 1183/2503ฎีกา 986/2485ฎีกา 3828/2531ฎีกา 580/2505ฎีกา 855/2484ฎีกา 1541/2522ฎีกา 786/2532ฎีกา 1011/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา