⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 316/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำสบประมาท เหยียดหยาม หรือข่มขู่เจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่

ย่อคำพิพากษา

ถ้อยคำว่า "อ้ายจ่า ถ้ามึงจับกู กูจะเอามึงออก" ซึ่งจำเลยกล่าวต่อจ่าสิบตำรวจในขณะที่จะเข้าจับกุมจำเลยในข้อหาฐานบุกรุกอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายเป็นถ้อยคำที่กล่าวสบประมาท เหยียดหยาม และข่มขู่เจ้าพนักงานตำรวจผู้นั้น มิให้จับกุมจำเลย อันเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่แล้ว และมิใช่เป็นเพียงการประท้วงการกระทำของเจ้าพนักงาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.136

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้ ได้บังอาจร่วมกันเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนางล้วน นางล้วนได้ไล่ให้จำเลยทั้งสองออกจากบ้านแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมออกไป และจำเลยที่ ๑ได้บังอาจกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นจ่าสิบตำรวจประกิจ เจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอโคกสำโรง ซึ่งจะจับกุมจำเลยที่ ๑ในข้อหาว่าบุกรุกเคหสถาน อันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมาย ว่า"อ้ายจ่า ถ้ามึงจับกู กูจะเอามึงออก" ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๓๖๔, ๓๖๕, ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานบุกรุกแต่จำเลยที่ ๑ ไม่มีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เพราะถ้อยคำที่จำเลยที่ ๑ กล่าว ไม่เป็นถ้อยคำที่ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕, ๘๓ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีปัญหาเพียงว่าถ้อยคำที่จำเลยที่ ๑ กล่าวต่อจ่าสิบตำรวจประกิจในขณะที่จะเข้าจับกุมจำเลยทั้งสองในข้อหาฐานบุกรุก อันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายว่า"อ้ายจ่า ถ้ามึงจับกู กูจะเอามึงออก" เป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่หรือไม่และเห็นว่า ถ้อยคำดังกล่าวเป็นถ้อยคำที่จำเลยกล่าวสบประมาท เหยียดหยาม และข่มขู่จ่าสิบตำรวจประกิจมิให้จับกุมจำเลย อันเป็นการดูหมิ่นจ่าสิบตำรวจประกิจ เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่แล้ว มิใช่เป็นการประท้วงการกระทำของจ่าสิบตำรวจประกิจดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๖ อีกกระทงหนึ่ง ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2517 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายสงวน อุบล ที่ 1 นายเดช ยิ้มสาระ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายสงวน อุบล ที่ 1 นายเดช ยิ้มสาระ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายถวิล ตรีเพชร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมัย พนมวัน ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 106/2506ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 207/2528ฎีกา 1398/2506ฎีกา 1728/2506ฎีกา 2256/2537ฎีกา 1106/2499ฎีกา 613/2532ฎีกา 909-910/2464ฎีกา 420/2529ฎีกา 201/2491ฎีกา 1985/2521ฎีกา 957/2467ฎีกา 1183/2503ฎีกา 986/2485ฎีกา 3828/2531ฎีกา 855/2484ฎีกา 1541/2522ฎีกา 786/2532ฎีกา 1011/2484ฎีกา 2202/2521ฎีกา 1716/2522ฎีกา 501/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา