⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1890/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1890/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคัดค้านขัดขวางการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจเป็นการทำละเมิดต่อผู้ขอประทานบัตรได้ การฟ้องขอให้ห้ามขัดขวางการขอประทานบัตร เป็นการฟ้องขอให้ระงับหรือเพิกถอนการทำละเมิดที่ยังมีอยู่ มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าเสียหาย จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 เมื่อศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลล่างเพียงบางส่วน และเห็นว่าอีกคำขอหนึ่งต้องทำการพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาจะพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างเพียงบางส่วน โดยให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาฟ้องของโจทก์ต่อไปในประเด็นข้อนั้น แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ส่วนคำขอตามฟ้องนอกจากนั้น

ย่อคำพิพากษา

การดำเนินการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่เป็นสิทธิอย่างหนึ่งเมื่อโจทก์ใช้สิทธินั้นแล้ว หากผู้ใดเข้ามาคัดค้านขัดขวางทำให้การดำเนินการไปตามสิทธินั้นต้องหยุดชะงักลงย่อมอาจเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ได้ ทั้งนี้ ย่อมแล้วแต่ว่าการคัดค้านขัดขวางนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การที่โจทก์ใช้สิทธิขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในที่ดิน โจทก์ยังไม่มีสิทธิอะไรในที่ดินที่ขอประทานบัตร แม้จำเลยจะบุกรุกเข้ามาในที่ดิน โจทก์ก็ยังไม่มีเหตุอะไรที่ได้รับการโต้แย้งจากจำเลยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับตัวที่ดินนั้นโดยตรง โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินนั้น อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 หมายถึงการฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดเท่านั้น ส่วนการฟ้องขอให้ห้ามขัดขวางการขอประทานบัตร เป็นการฟ้องขอให้ระงับหรือเพิกถอนการทำละเมิดที่ยังมีอยู่ มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าเสียหายจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งอายุความตามมาตราดังกล่าว ฟ้องของโจทก์มีคำขอบังคับอยู่ 2 คำขอ ศาลล่างสั่งงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องทั้งหมด เมื่อศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยเพียงคำขอเดียวส่วนอีกคำขอหนึ่งเห็นว่าต้องทำการพิจารณาต่อไป ย่อมพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างเพียงบางส่วน ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาฟ้องของโจทก์ต่อไปในประเด็นข้อนั้น แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความส่วนคำขอตามฟ้องนอกจากนั้นคงเป็นอันให้ยกฟ้องดังที่ศาลล่างพิพากษามาแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ตกลงกับบริษัทสุวรรณเทรดดิ้ง จำกัด ผู้รับประทานบัตรซึ่งสิ้นอายุ ขอดำเนินการต่อ แล้วโจทก์ได้ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในที่ดินต่อทรัพยากรธรณีฯ ทรัพยากรธรณีฯ ไต่สวนแล้วทำรายงานว่า เขตที่ดินที่ขอประทานบัตรมิได้ทับที่ของราษฎรและเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ได้ออกประกาศเรื่องราว จำเลยกลับร้องคัดค้านว่าติดที่ดินจำเลย ๑๐ ไร่เศษ เป็นเหตุให้ทรัพยากรธรณีฯ งดดำเนินเรื่องราวของโจทก์ ทั้งนี้เนื่องจากหลังจากเจ้าพนักงานไปรังวัดปักท่อเหล็กและทำรายงานการไต่สวนแล้ว จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินนั้นราว ๑๐ ไร่เศษ แล้วปลูกมะพร้าวเพื่อหาเหตุมาร้องคัดค้านเพื่อจะเรียกเอาประโยชน์ตอบแทนจากโจทก์โดยมิชอบ ขอให้พิพากษาให้จำเลยถอนคำร้องคัดค้านการขอประทานบัตรของโจทก์ และขับไล่จำเลย ฯลฯ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาทและคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เพียงแต่เป็นผู้ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกในที่พิพาท ทางราชการยังไม่ได้อนุมัติ โจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาทมาก่อน ไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะห้ามปรามจำเลยมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดิน จะอาศัยสิทธิของบริษัทสุวรรณฯ ก็ไม่ได้ เพราะสิทธินั้นขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การดำเนินการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่นั้นเป็นสิทธิอย่างหนึ่งของโจทก์ เมื่อโจทก์ใช้สิทธิดังนั้นแล้ว หากผู้ใดเข้ามาคัดค้านขัดขวางทำให้การดำเนินไปตามสิทธินั้น ๆ ต้องหยุดชะงักลงแล้วนี้ย่อมอาจเป็นการละเมิดต่อโจทก์ได้อย่างหนึ่ง ดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ บัญญัติไว้ ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ว่าการคัดค้านขัดขวางนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ชอบก็เป็นละเมิด แต่ตามข้อหาที่โจทก์หาว่าจำเลยทำโดยมิชอบ ดังนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้ทำการพิจารณาไปแต่ประการใด ซึ่งถ้าหากในที่สุดฟังได้ว่าจำเลยเข้ามาคัดค้านโดยมิชอบจนทำให้การดำเนินการให้ประทานบัตรแก่โจทก์ต้องหยุดชะงักลง โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องขอให้ห้ามหรือให้จำเลยถอนคำคัดค้านนั้นเสียได้ แต่สิทธิของโจทก์เท่าที่กล่าวไว้ในคำฟ้องนั้น แสดงว่าโจทก์ยังไม่มีสิทธิอะไรไปถึงตัวที่ดินที่ขอประทานบัตรไว้ นับว่าโจทก์ยังไม่มีเหตุอะไรที่ได้รับการโต้แย้งจากจำเลยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับตัวที่ดินนั้นโดยตรงโจทก์จึงยังไม่ชอบที่จะฟ้องจำเลยในเหตุส่วนนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ส่วนข้อที่จำเลยคัดค้านไว้ในคำให้การว่า โจทก์ฟ้องคดีละเมิดเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี คดีได้ขาดอายุความฟ้องร้องไปแล้วนั้น เห็นว่าอายุความตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษสำหรับในเรื่องละเมิดนี้ หมายถึงการฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดเท่านั้น ส่วนในเรื่องนี้เป็นการฟ้องขอให้ระงับหรือเพิกถอนการทำละเมิดที่ยังมีอยู่ มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าเสียหาย คดีจึงยังไม่ขาดอายุความตามที่จำเลยยกขึ้นกล่าวตัดฟ้องไว้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาฟ้องของโจทก์ในประเด็นที่หาว่าจำเลยเข้ามาคัดค้านการขอประทานบัตรของโจทก์โดยไม่ชอบนั้นต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ส่วนเรื่องขอให้ขับไล่จำเลย คงเป็นอันให้ยกฟ้องดังศาลล่างพิพากษามาแล้ว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1890/2514 นายจรูญ โกยสมบูรณ์ โจทก์ นายโบสถ์ หนูเชต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจรูญ โกยสมบูรณ์ · จำเลย - นายโบสถ์ หนูเชต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายนำชัย สุนทรพินิจกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 8688/2551ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1131/2502ฎีกา 2898/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา