⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2019/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยจะเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ศาลจะวินิจฉัยจากพยานหลักฐานแวดล้อมและถ้อยคำพยานที่นำสืบได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีประจักษ์พยานมาเบิกความเสมอไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนา จำเลยให้การว่าทำร้ายผู้ตายเพราะผู้ตายกับพวกเข้าปล้นบ้านจำเลย จำเลยไม่ได้กระทำผิด ดังนี้ เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความจริง แต่การนำสืบในกรณีเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องมีประจักษ์พยานมาเบิกความเสมอไป ถ้อยคำพยานและเหตุผลแวดล้อมอาจมีน้ำหนักพอให้วินิจฉัยได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดพร้าฟันนายสนถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบมีดพร้าของกลาง จำเลยให้การว่าได้ทำร้ายผู้ตายเพราะผู้ตายกับพวกรวม ๓ คน เข้าปล้นบ้านจำเลย จำเลยไม่ได้กระทำผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้ประหารชีวิตจำเลย คำให้การชั้นสอบสวนชั้นศาลมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒(๑) ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๒๐ ปี ริบมีดพร้าของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยใช้มีดพร้าฟันผู้ตายถึงแก่ความตายบนเรือนของจำเลยจริง แต่จำเลยต่อสู้คดีว่าผู้ตายเป็นคนร้ายเข้าปล้นบ้านจำเลย จำเลยจึงได้ทำร้ายเอาภาระพิสูจน์จึงตกแก่โจทก์ที่จะต้องพิสูจน์ว่ามีการกระทำโดยมิใช่ป้องกันจึงจะเอาผิดแก่จำเลยได้ แต่คดีนี้โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นในขณะเกิดเหตุเลยคดีจึงลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ฟันผู้ตายถึงแก่ความตายจริง ปัญหามีว่าจำเลยได้ทำร้ายโดยป้องกัน อันกฎหมายถือว่าไม่เป็นความผิดหรือไม่ เมื่อจำเลยไม่ได้รับว่าได้กระทำผิด ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้กล่าวหาที่จะต้องนำสืบให้เห็นว่าการกระทำนั้นได้เป็นความผิดจริงแต่การนำสืบในกรณีอย่างนี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องอาศัยคำประจักษ์พยานมาเบิกความดังทำนองที่ศาลอุทธรณ์มีความเห็นมานั้นไม่ถ้อยคำพยานและเหตุผลแวดล้อมก็อาจมีน้ำหนักพอให้วินิจฉัยได้ว่าเป็นการป้องกันหรือไม่ แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฆ่าผู้ตายโดยมิใช่เป็นการป้องกัน พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดให้บังคับคดีไปดังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2514 อัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายคลาด ทองคำแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายคลาด ทองคำแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายสมภพ เจียมพันธุรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 1165/2537ฎีกา 435/2535ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา