⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 244/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจากตำแหน่งแล้ว ได้กระทำการใดๆ อันเป็นนิติกรรมที่ต้องได้รับความยินยอมหรือการมอบอำนาจจากตำแหน่งนั้น ย่อมไม่ผูกพันนิติบุคคลที่บุคคลนั้นเคยเป็นตัวแทน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า พระภิกษุมงคลผู้รักษาแทนเจ้าอาวาสวัดน้อยนอกโจทก์ ได้เอาที่ดินวัดและที่ธรณีสงฆ์วัดน้อยนอกไปให้จำเลยเช่าแล้วมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย ที่ศาลในระหว่างพิจารณาคดีแพ่งแดงที่ 95/2510 แต่พระภิกษุมงคลไม่มีอำนาจทำสัญญายอมได้ เพราะทางการถอดถอนจากผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวันน้อยนอกเสียแล้ว และทั้ง ๆ ที่พระภิกษุมงคลได้ทราบถึงการที่ตนถูกถอดถอนไม่ให้มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังได้บังอาจไปจดทะเบียนการเช่าที่พิพาทให้กับจำเลย ณ หอทะเบียนที่ดินอีกด้วย จำเลยก็รู้ดีถึงการที่พระภิกษุมงคลไม่มีอำนาจ โจทก์จึงถือว่านิติกรรมดังกล่าวไม่ผูกผันโจทก์ แต่เนื่องจากจำเลยก็ยังโต้เถียงอยู่ว่า พระภิกษุมงคลได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายมีผลผูกพันวัดโจทก์อยู่ จึงชอบที่ศาลจะให้โจทก์จำเลยนำพยานหลักฐานมาสืบต่อไปจนสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาไปตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.80 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ในคดีนี้ได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นจำเลยเรื่องละเมิด ขับไล่ เรียกค่าเสียหาย ตามสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๙๕/๒๕๑๐ ของศาลจังหวัดนนทบุรี คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา พระภิกษุมงคลผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดน้อยนอกโจทก์ ได้นำเอาที่ดินวัดและที่ธรณีสงฆ์ของวัดโจทก์ไปให้จำเลยเช่า ต่อมาพระภิกษุมงคลกับจำเลยได้ทำสัญญายอมกันที่ศาลด้วยตนเอง แม้นายเพ็งไวยาวัจกรของวัดโจทก์ และเป็นผู้รับมอบอำนาจจากพระภิกษุมงคลไม่มีอำนาจทำสัญญายอมเพราะได้ถูกถอดถอนจากผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโจทก์แล้ว ในที่สุดศาลได้ทำสัญญายอมให้และพิพากษาตามยอม ครั้นต่อมาพระภิกษุมงคล ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายได้จดทะเบียนการเช่าที่พิพาทให้กับจำเลย ณ หอทะเบียนที่ดินจังหวัดโดยแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าตนเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโจทก์ จำเลยก็รู้ดีถึงการที่พระภิกษุมงคลไม่มีอำนาจที่จะไปจดทะเบียนทำสัญญาเช่าที่พิพาท ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวที่ได้จดทะเบียนการเช่าไว้นั้นเสียให้ที่ดินกลับคืนสู่สถานะเดิมต่อไปจำเลยให้การว่า พระภิกษุมงคลเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโจทก์โดยชอบ การทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าจนศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเสียแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งทำลายนิติกรรมสัญญาเช่าที่จดทะเบียนไว้เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๑๐ แต่โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลได้พิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งแดงที่ ๙๕/๒๕๑๐ แล้ว คู่ความจะต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมนั้น หากฝ่ายใดไม่ปฏิบัติอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลบังคับตามสัญญาประนีประนอมนั้นได้ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า พระภิกษุมงคลธัมมทินโน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดน้อยนอกโจทก์ ได้เอาที่ดินดังกล่าวและที่ธรณีสงฆ์วัดน้อยนอกไปให้จำเลยเช่าแล้วมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในระหว่างพิจารณาคดีแพ่งแดงที่ ๙๕/๒๕๑๐ ยอมให้จำเลยเช่าถึง ๒๕ ปี แต่พระภิกษุมงคลไม่มีอำนาจทำสัญญายอมได้ เพราะทางการถอดถอนจากผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดน้อยนอกเสียแล้ว และทั้ง ๆ ที่พระภิกษุมงคลได้ทราบถึงการที่ตนถูกถอดถอนไม่ให้มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังได้บังอาจไปจดทะเบียนการเช่าที่พิพาทให้กับจำเลย ณ หอทะเบียนที่ดินจังหวัดนนทบุรีอีกด้วยจำเลยก็รู้ดีถึงการที่พระภิกษุมงคลไม่มีอำนาจ โจทก์จึงถือว่านิติกรรมดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมสัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ได้จดทะเบียนการเช่าไว้ โดยให้ที่ดินพิพาทกลับคืนสู่สถานะเดิมต่อไปนั้นศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าหากข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้สมฟ้องว่าพระภิกษุมงคลได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและจดทะเบียนการเช่ากับจำเลยโดยไม่มีอำนาจแล้วสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมก็ดี การจดทะเบียนการเช่นนั้นก็ดี ย่อมไม่ผูกพันกับโจทก์ แต่เนื่องจากจำเลยก็ยังโต้เถียงอยู่ว่าพระภิกษุมงคลได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมาย มีผลผูกพันวัดโจทก์อยู่จึงชอบที่ศาลจะให้โจทก์จำเลยนำพยานหลักฐานมาสืบต่อไปจนสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาไปตามรูปคดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2514 วัดน้อยนอก โดยนายเพ็ง ไผ่เกตุ ผู้รับมอบอำนาจจากพระอธิการ ประสิทธิ อุ ฬาโร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส โจทก์ มูลนิธิธัมมศิริ โดยนายอนันต์ มหาสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความอุ - วัดน้อยนอก โดยนายเพ็ง ไผ่เกตุ ผู้รับมอบอำนาจจากพระอธิการ ประสิทธิ · โจทก์ - ฬาโร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส · ล. - มูลนิธิธัมมศิริ โดยนายอนันต์ มหาสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทัย ศุภนิตย์ · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายวินัย ศิริชุมแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 2026/2494ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา