⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 459/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขายต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่ขายซึ่งมีอยู่ก่อนหรือขณะทำสัญญาซื้อขายหรือในเวลาส่งมอบเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

ความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินซึ่งขาย อันผู้ขายจะต้องรับผิดต่อผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 นั้น จะต้องเป็นความชำรุดบกพร่องที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือมีอยู่ในขณะทำสัญญาซื้อขายหรือในเวลาส่งมอบทรัพย์สินที่ขาย ส่วนความชำรุดบกพร่องที่มีขึ้นภายหลังผู้ขายหาต้องรับผิดไม่ เครื่องปรับอากาศที่โจทก์ติดตั้งที่ภัตตาคารของจำเลยให้ความเย็นเรียบร้อยดีนับแต่เวลาติดตั้งตลอดมาไม่น้อยกว่า 3-4 เดือน แสดงให้เห็นว่าเครื่องปรับอากาศดังกล่าวมิได้มีความชำรุดบกพร่องอยู่ก่อน หรือในขณะทำสัญญาซื้อขาย หรือในเวลาส่งมอบเลย ฉะนั้นที่เครื่องปรับอากาศให้ความเย็นไม่พอในเวลาต่อมา จึงเป็นความชำรุดบกพร่องที่มีขึ้นภายหลังจากที่จำเลยได้รับมอบและใช้ประโยชน์มาไม่น้อยกว่า 3-4 เดือน โจทก์หาต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องนี้ไม่ และด้วยเหตุนี้จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงราคาที่ยังไม่ได้ชำระตามมาตรา 488 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.472 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.488

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อเครื่องปรับอากาศไปจากโจทก์ โดยจำเลยตกลงจะผ่อนชำระราคาให้โจทก์เป็นรายงวด ๆ ละ ๑ เดือน มีกำหนด ๑๐ งวด โจทก์ได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้จำเลยเรียบร้อยแล้ว และจำเลยได้ผ่อนชำระราคาให้โจทก์เพียง งวดแรกกับงวดที่สองเท่านั้นสำหรับงวดที่สามถึงงวดที่สิบเป็นเงิน ๙๑,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าเครื่องปรับอากาศที่ค้างพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า สัญญาซื้อขายตามฟ้องไม่ใช่สัญญาซื้อขายเครื่องปรับอากาศ ระหว่างโจทก์จำเลย แต่เป็นการซื้อขายระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดมิรามาภัตตาคาร ซึ่งจำเลยเป็นเพียงหุ้นส่วนผู้จัดการ การทำสัญญามิใช่ในฐานะส่วนตัวของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด เครื่องปรับอากาศที่โจทก์ขายและติดตั้งมีความชำรุดบกพร่องไม่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามสัญญา จำเลยในฐานะผู้จัดการได้แจ้งให้โจทก์แก้ไข โจทก์ก็เพิกเฉย หากศาลฟังว่าจำเลยเป็นผู้ซื้อเครื่องปรับอากาศรายนี้ จำเลยย่อมมีสิทธิยึดหน่วงราคาที่ยังค้าง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้หมายเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดภัตตาคารบางกอกมิรามาร์เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของโจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดภัตตาคารบางกอกมิรามาร์จำเลยร่วมให้การว่าเครื่องปรับอากาศที่โจทก์ติดตั้งให้จำเลยร่วมไม่มีคุณลักษณะและประสิทธิภาพใช้งานได้ตามสัญญา ผู้จัดการของจำเลยได้บอกให้โจทก์แก้ไข โจทก์ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ในที่สุดจำเลยร่วมต้องรื้อออกและซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งใหม่ กับได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้วโจทก์ตกลงยินยอมให้เลิกสัญญา ไม่ติดใจเรียกร้องราคา จำเลยร่วมมิได้ผิดสัญญาและมิได้ผิดนัดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินค่าเครื่องปรับอากาศที่ค้างพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาว่า เครื่องปรับอากาศที่โจทก์ติดตั้งที่ภัตตาคารของจำเลยชำรุดบกพร่อง ทำความเย็นได้ไม่พอ จำเลยจึงมีสิทธิยึดหน่วงราคาไว้ได้ตามกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินซึ่งขาย อันผู้ขายจะต้องรับผิดต่อผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๗๒นั้น จะต้องเป็นความชำรุดบกพร่องที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือมีอยู่ในขณะทำสัญญาซื้อขายหรือในเวลาส่งมอบทรัพย์สินที่ขาย ส่วนความชำรุดบกพร่องที่มีขึ้นภายหลัง ผู้ขายหาต้องรับผิดไม่แล้ว ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าเมื่อติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ภัตตาคารของจำเลยแล้วเครื่องปรับอากาศให้ความเย็นเรียบร้อยดีนับแต่เวลาติดตั้งตลอดมาไม่น้อยกว่า ๓-๔ เดือน ซึ่งแสดงว่าเครื่องปรับอากาศรายนี้มิได้มีความชำรุดบกพร่องอยู่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาซื้อขาย หรือในเวลาส่งมอบ ฉะนั้น ที่เครื่องปรับอากาศให้ความเย็นไม่พอในเวลาต่อมา หากจะถือว่าเป็นเพราะความชำรุดบกพร่อง ก็ต้องเป็นความชำรุดบกพร่องที่มีขึ้นภายหลังจากที่จำเลยได้รับมอบและใช้ประโยชน์มาไม่น้อยกว่า ๓-๔ เดือน โจทก์จึงหาต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องดังกล่าวนี้ไม่ และด้วยเหตุนี้จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงราคาที่ยังไม่ได้ชำระ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2514 บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลเมอร์แกนไตล์ จำกัด โดย นายวิสันติ คุปตะวินิจ กรรมการผู้จัดการ โจทก์ นางอิง แซ่ลี้ จำเลย ห้างหุ้นส่วนจำกัดภัตตาคารบางกอกมิรามาร์ จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโดย - บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลเมอร์แกนไตล์ จำกัด · โจทก์ - นายวิสันติ คุปตะวินิจ กรรมการผู้จัดการ · จำเลย - นางอิง แซ่ลี้ · จำเลยร่วม - ห้างหุ้นส่วนจำกัดภัตตาคารบางกอกมิรามาร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแสวง พุทธสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1581/2558ฎีกา 3760/2533ฎีกา 3496/2538ฎีกา 3010/2565ฎีกา 17002/2555ฎีกา 2389/2529ฎีกา 5581/2533ฎีกา 8088/2543ฎีกา 1309/2522ฎีกา 9034/2543ฎีกา 9653/2539ฎีกา 464/2545ฎีกา 2830/2522ฎีกา 2762/2524ฎีกา 1067/2524ฎีกา 66-67/2547ฎีกา 1481/2531ฎีกา 1614/2522ฎีกา 6144/2538ฎีกา 1755/2565ฎีกา 1283/2513ฎีกา 13923/2555ฎีกา 5551/2537ฎีกา 7254/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา