⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2514

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องที่โต้เถียงการแปลกฎหมายของจำเลยว่าจำเลยแปลกฎหมายมาใช้บังคับกับโจทก์ไม่ถูกต้อง มิใช่เป็นคำฟ้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิด แม้ตามคำฟ้องจะเขียนว่าเป็นการฟ้องเรื่องละเมิด และในคำบรรยายฟ้องได้กล่าวว่า จำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายและงดเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เป็นเหตุให้โจทก์เสียประโยชน์อันพึงมีพึงได้ ก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้ฟ้องของโจทก์กลายเป็นฟ้องในมูลละเมิด เพราะต้องถือเอาคำบรรยายฟ้องเป็นสำคัญ เมื่อมูลคดีที่โจทก์ต้องไม่ใช่เป็นเรื่องละเมิดจะนำเอาบทบัญญัติเรื่องอายุความอันเกิดแต่มูลละเมิดมาใช้บังคับแก่คดีไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.488

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องสรุปได้ว่า โจทก์รับราชการติดต่อกันตลอดมา แต่เมื่อโจทก์ครบเกษียณอายุ จำเลยได้คิดบำนาญของโจทก์แบ่งออกเป็น ๒ ตอนซึ่งเป็นการขัดแย้งต่อกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนการทำละเมิดของจำเลย ฯลฯ กับให้จำเลยนับเวลาราชการของโจทก์ติดต่อเป็นตอนเดียวกัน จำเลยให้การว่า การเข้ารับราชการของโจทก์ในตอนหลังเป็นการกลับเข้ารับราชการใหม่ แต่โจทก์ไม่ได้บอกเลิกบำนาญเดิมเพื่อขอนับเวลาราชการต่อ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้นับเวลาราชการต่อกัน และต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเนื่องจากมูลละเมิด คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า อายุความตามฟ้องโจทก์มีกำหนดสิบปี ให้ยกคำพิพากษาชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลผลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๔๘ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำบรรยายข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคำฟ้องสรุปแล้วได้ความว่า โจทก์หาว่าจำเลยคำนวณบำนาญของโจทก์ไม่ถูกต้อง โดยจำเลยคิดบำนาญของโจทก์แบ่งออกเป็นสองตอน คือ จำเลยนับวันราชการของโจทก์ตอนแรกจากวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๖๕ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๔๗๗ คิดเป็นบำนาญเสียตอนหนึ่ง แล้วนับวันราชการตอนที่สองจากวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๗๗ ถึงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๐๕ คิดเป็นบำนาญอีกตอนหนึ่ง แล้วเอายอดเงินบำนาญทั้งสองตอนมารวมกันจ่ายเป็นบำนาญให้โจทก์ ทั้งนี้ เพราะจำเลยอ้างว่าวันราชการของโจทก์ขาดรอบตามปฏิทิน ซึ่งโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องตามบทกฎหมายว่าด้วยการนั้น ทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้บังคับจำเลยเพิกถอน และให้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่จำเลยมีอยู่ตามกฎหมาย ข้อความตามคำฟ้องดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นคำฟ้องที่โต้เถียงการแปลกฎหมายของจำเลย ว่าจำเลยแปลกฎหมายมาใช้บังคับกับโจทก์ไม่ถูกต้อง มิใช่เป็นคำฟ้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิด แม้ตามคำร้องจะเขียนว่า เป็นการฟ้องเรื่องละเมิด และในคำบรรยายฟ้องได้กล่าวว่าจำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายและงดเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เป็นเหตุให้โจทก์เสียประโยชน์ในสิทธิที่จะพึงมีพึงได้ ก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้ฟ้องของโจทก์กลายเป็นฟ้องในมูลละเมิด เพราะต้องถือเอาตามคำบรรยายฟ้องเป็นสำคัญ ฉะนั้น มูลคดีที่โจทก์ฟ้องจึงไม่ใช่เป็นเรื่องละเมิดจึงนำเอาบทบัญญัติเรื่องอายุความอันเกิดแต่มูลละเมิดมาใช้บังคับแก่คดีนี้ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความและให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิจารณาใหม่ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2514 ขุนประเสริฐศุภมาตรา โจทก์ กระทรวงการคลัง โดยนายเสริม วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ขุนประเสริฐศุภมาตรา · ล. - กระทรวงการคลัง โดยนายเสริม วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ โชติรัต · แถม สิริสาลี · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจันทร์ ระรวยทรง · ศาลอุทธรณ์ - นายสนับ คัมภีรยส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1531/2526ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา