⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 826-827/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 826-827/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การพิพากษาของศาลต้องไม่เกินไปกว่าข้อหาที่โจทก์ฟ้องและข้อต่อสู้ของจำเลย * การแจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่ผู้อื่นโดยสุจริตใจว่าตนมีสิทธิและใช้สิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ถือเป็นละเมิด แม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีมูลความผิดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยเรื่องหุ้นส่วนเลี้ยงและขายไก่แบ่งปันกำไรกันขอให้พิพากษาบังคับจำเลยใช้ทุนคืนและจ่ายผลกำไร ทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังได้ไม่ใช่เรื่องเข้าหุ้นส่วน เป็นเรื่องจำเลยซื้อสินค้าเชื่อค้างชำระกันอยู่ พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าเชื่อให้โจทก์ย่อมเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็น เมื่อพฤติการณ์ที่จำเลยไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานให้ดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ จำเลยได้กระทำไปโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิและใช้สิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย และยังไม่ได้ความว่าจำเลยจงใจแกล้งให้โจทก์เสียหาย กรณียังไม่เป็นละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๒ สำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยตกลงเข้าหุ้นเลี้ยงไก่และขายไก่ร่วมกัน เพื่อแบ่งปันผลกำไรแก่กัน จำเลยผิดสัญญาเข้าหุ้นส่วนจึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยใช้เงินทุนค่าอาหารไก่ ยารักษาโรคไก่ที่ยังขาดและค่าลูกไก่ เป็นเงิน ๑๐,๐๒๙.๑๐ บาท และจ่ายผลกำไรส่วนของโจทก์ ๓,๙๙๐.๔๒ บาท กับดอกเบี้ยในเงินดังกล่าวร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑,๐๕๑.๔๖ บาท และจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยมีข้อตกลงเข้าหุ้นส่วนเลี้ยงไก่และขายไก่เพื่อแบ่งปันผลกำไร จำเลยเคยแต่ซื้อสินค้าจำพวกอาหารไก่ซึ่งจำเลยผ่อนชำระเงินที่ติดค้างไปหมดแล้ว มูลคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๑๐๓/๒๕๐๙ ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องแล้วจำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง สำนวนที่ ๒ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำความอันรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าโจทก์ยักยอกทรัพย์ไก่ที่จำเลยออกทุนซื้อให้โจทก์เลี้ยงเพื่อขายแบ่งกำไร จนโจทก์ถูกพนักงานตำรวจจับกุมกักขัง ถูกฟ้องต่อศาลและศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการละเมิดโจทก์ ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๔๗,๖๓๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยแจ้งความดังกล่าวโดยมีหลักฐานว่าโจทก์กระทำการให้จำเลยเสียหาย เป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมายจำเลยจึงไม่ได้ทำละเมิดโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วไม่เชื่อว่าโจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องใช้ทุนและใช้กำไรคืน การกระทำของจำเลยในสำนวนที่ ๒ ไม่เป็นละเมิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ สำนวนค่าธรรมเนียม ค่าทนายความเป็นพับ โจทก์ทั้งสองสำนวนต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม่ใช่การเข้าหุ้นส่วน แต่เป็นเรื่องจำเลยซื้อเชื่ออาหารไก่และยารักษาโรคไก่จากโจทก์และยังไม่ชำระค้างอยู่อีก ๕,๔๕๖.๐๐ บาท ซึ่งจำเลยสำนวนแรกต้องรับผิด สำนวนที่ ๒ เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้น พิพากษาแก้ให้จำเลยสำนวนแรกชำระเงิน ๕,๔๕๖ บาทให้โจทก์และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๐๘ จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้เสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลเท่าที่โจทก์ชนะคดีกับค่าทนายความ ๒๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนที่สองฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ในสำนวนแรกไม่ฎีกา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยไม่ใช่หุ้นส่วนกัน แต่เป็นเรื่องจำเลยซื้อเชื่ออาหารไก่และยารักษาโรคไก่ไปจากโจทก์ นายสุวรรณฎีกาว่า นางสาววิจิตราได้ฟ้องนายสุวรรณเรื่องหุ้นส่วนโดยว่านางสาววิจิตราเป็นผู้ออกทุนจัดซื้อลูกไก่ อาหารไก่และยารักษาโรคไก่ส่วนนายสุวรรณเป็นผู้จัดสถานที่เลี้ยงและนำลูกไก่ไปเลี้ยง ขอให้ศาลพิพากษาบังคับนายสุวรรณใช้ทุนคืนและจ่ายผลกำไรส่วนของนางสาววิจิตราให้นางสาววิจิตรฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นายสุวรรณชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าเชื่อ ๔,๔๕๖.๑๐ บาท ให้นางสาววิจิตรานั้น จึงเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นายสุวรรณชำระราคาค่าซื้อสินค้าที่ค้างชำระเป็นการนอกฟ้อง ชอบที่จะดำเนินคดีกันต่างหากจากคดีนี้ ฎีกานายสุวรรณข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนที่นายสุวรรณฎีกาว่า การที่โจทก์ไปแจ้งความหาว่าจำเลยยักยอกนั้น เป็นการแจ้งความเท็จเป็นละเมิดนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากนายสุวรรณติดต่อซื้ออาหารไก่ ยารักษาโรคไก่ และสินค้าอื่นจากร้านนางสาววิจิตราหลายครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ ต่อมาวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๐๘ นางสาววิจิตราได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหาว่านายสุวรรณยักยอกไก่ที่เข้าหุ้นส่วนกันเลี้ยงไปขายเป็นประโยชน์ส่วนตัวต่อมาพนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องนายสุวรรณเป็นจำเลยในคดีอาญาหาว่ายักยอกทรัพย์ ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังว่าไก่ที่จำเลยเลี้ยงเป็นของผู้เสียหายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีถึงที่สุด นายสุวรรณจึงฟ้องนางสาววิจิตราเป็นคดีแพ่งหาว่าละเมิดคดีนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์เห็นว่า ตามพฤติการณ์ที่นางสาววิจิตราไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานให้ดำเนินคดีแก่นายสุวรรณนั้นนางสาววิจิตรากระทำโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิและใช้สิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ความว่านางสาววิจิตราจงใจแกล้งให้นายสุวรรณเสียหายยังไม่เป็นละเมิด ฎีกานายสุวรรณข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เฉพาะคดีที่นางสาววิจิตราเป็นโจทก์ เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับไปทั้งสองสำนวนนอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ไม่ตัดสิทธินางสาววิจิตราที่จะฟ้องเรียกราคาค่าซื้อสินค้าจากนายสุวรรณใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 826 - 827/2514 นางสาววิจิตรา เมธาวิชิต โจทก์ นายสุวรรณ ช่อบัวทอง จำเลย นายสุวรรณ ช่อบัวทอง โจทก์ นางสาววิจิตรา เมธาวิชิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาววิจิตรา เมธาวิชิต · จำเลย - นายสุวรรณ ช่อบัวทอง · โจทก์ - นายสุวรรณ ช่อบัวทอง · จำเลย - นางสาววิจิตรา เมธาวิชิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · ศริ มลิลา · วิกรม เมาลานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา