⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1322/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน ศาลอาจดำเนินการสืบพยานต่อไปได้ โดยจำเลยจะเสียสิทธิในการซักค้านพยานโจทก์ แต่หากศาลนัดสืบพยานไว้หลายวัน การที่จำเลยไม่มาในวันแรก ไม่ถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ หากยังไม่ถึงกำหนดวันนัดสืบพยานของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

ศาลสืบพยานโจทก์ไปแล้วบางส่วน แล้วเลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ที่เหลือพร้อมกับพยานจำเลย โดยนัดสืบไว้สามวันจำเลยได้ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานเอกสารจากบุคคลภายนอกให้นำส่งศาลในวันที่สาม และขอให้ศาลหมายเรียกพยานบุคคลของจำเลยมาศาลในวันเดียวกันนั้นซึ่งศาลได้ออกหมายเรียกให้แล้ว ถึงวันนัดสืบพยานวันแรกจำเลยไม่มาศาล ศาลอาจดำเนินการสืบพยานไปได้โดยจำเลยเสียสิทธิในการซักค้านพยานโจทก์เอง แม้โจทก์จะแถลงไม่ติดใจสืบพยานในวันแรกนั้นก็จะถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบหาได้ไม่ เพราะศาลได้สั่งนัดไว้อีกถึงสองวันและยังไม่ถึงเวลาตามที่ศาลได้สั่งนัดไว้เอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.36 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.37 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.110 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จ้างจำเลยที่ 1 มาเป็นผู้จัดการ และจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันความเสียหาย จำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานให้เกิดการเสียหายแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินที่ทำให้เสียหาย จำเลยทั้งสองต่อสู้ปฏิเสธความรับผิด เมื่อได้สืบพยานโจทก์ไปจนถึงวันนัดสืบครั้งสุดท้ายซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์พร้อมกับพยานจำเลย โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานอีกการสืบพยานต่อไปเป็นหน้าที่ของฝ่ายจำเลย จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ แล้วพิพากษาในวันเดียวกันนั้นให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินตามฟ้องแก่โจทก์ ถ้าบังคับไม่ได้ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะสั่งเลื่อนการพิจารณามาในนัดที่เกิดปัญหานี้ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 23พฤศจิกายน 2513 ว่า ศาลสั่งให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ที่เหลือพร้อมกับพยานจำเลยในวันที่ 24, 25 และ 28 เดือนหน้า ซึ่งหมายถึงเดือนธันวาคม 2513 เมื่อการพิจารณาคดีนี้ได้นัดไว้ถึง 3 วัน วันแรกคือ 24ธันวาคม 2513 จึงควรเป็นวันที่สืบพยานโจทก์ต่อ แม้ฝ่ายจำเลยไม่มาศาลก็อาจดำเนินการสืบพยานไปได้โดยจำเลยเสียสิทธิในการซักค้านพยานโจทก์เอง แต่เมื่อโจทก์ไม่ติดใจสืบพยานในวันแรกนี้แล้ว จะถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบนั้นหาชอบไม่ เพราะศาลได้สั่งนัดไว้อีก 2 วันซึ่งปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้นที่ 25 ธันวาคม 2513 ทนายจำเลยก็ได้มาศาลขอคัดคำพิพากษา และเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2513 จำเลยก็ได้ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานเอกสารจากหลวงพิณพลราษฎร์ ให้นำส่งศาลในวันที่ 28 ธันวาคม 2513 กับขอให้ศาลหมายเรียกพยานจำเลย 2 คนไปศาลในวันเดียวกันนั้น ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลยตามคำสั่งดังกล่าวแล้วและศาลก็ได้ออกหมายเรียกนายมนัส พุฒธิบูลย์ กับนางรัตนา จารุสวัสดิ์พยานจำเลย ให้มาเป็นพยานที่ศาลในวันที่ 28 ธันวาคม 2513 เวลา8.30 นาฬิกา ดังนี้แล้ว จะถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบอย่างไรได้ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาตามที่ศาลได้สั่งนัดไว้เอง ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้ว พิพากษาใหม่ตามรูปคดีจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2515 ร้านสหกรณ์พิษณุโลก โดยนายเรียง บำรุงพงษ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเทพ ภู่พานิช ที่ 1 นางยุพิน ภู่พานิช ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้านสหกรณ์พิษณุโลก โดยนายเรียง บำรุงพงษ์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเทพ ภู่พานิช ที่ 1 นางยุพิน ภู่พานิช ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม สถิตย์ทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2270/2524ฎีกา 1645/2549ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 2751/2522ฎีกา 15690/2553ฎีกา 654/2541ฎีกา 108/2538ฎีกา 695/2485ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7040/2543ฎีกา 196/2523ฎีกา 5098/2550ฎีกา 2051/2536ฎีกา 1075/2504ฎีกา 623/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 1644/2519ฎีกา 5344/2542ฎีกา 726/2512ฎีกา 5734/2545ฎีกา 728/2548ฎีกา 2971/2522ฎีกา 3717/2538ฎีกา 4378/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา