⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2348/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด การที่จำเลยมุ่งหมายจะช่วยผู้กระทำความผิดเท่านั้น ยังไม่ถือว่ามีเจตนาพิเศษดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด" ในมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นั้น ต้องถือว่าเป็นเจตนาพิเศษ เมื่อโจทก์นำสืบ ไม่ได้ว่าจำเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ ไม่จับกุมไม้รายนี้ เพื่อจะให้เกิดความเสียหายแก่กรมป่าไม้โดยตรง แต่เป็นที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยมุ่งหมายจะช่วยราษฎรผู้กระทำความผิดเท่านั้น จำเลยจึงยังไม่มีความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยที่ 1 รับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอตรีเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 เป็นราษฎร ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ออกตรวจท้องที่และเยี่ยมเยียนราษฎรตามคำสั่งของนายอำเภอกันทรารมณ์ซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่จำเลยได้ตรวจพบไม้แปรรูปไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นไม้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีชื่อรวม 11 คน จำเลยได้ตรวจวัดและยึดไม้ดังกล่าวเป็นของกลางแล้ว แทนที่จะจับกุมผู้มีชื่อเหล่านั้น และนำไม้ของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี จำเลยที่ 1 กลับเรียกเอาเงินจากผู้มีชื่อทั้ง 11 คน ๆ ละ 500 บาท เมื่อได้แล้วก็ปล่อยตัวเจ้าของไม้ 11 คนพร้อมทั้งคืนไม้ของกลางให้เจ้าของไปอันเป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมป่าไม้เพื่อช่วยเจ้าของไม้แปรรูปมิให้ต้องโทษ จำเลยที่ 2 กับพวกที่ยังหลบหนีอีก 1 คนได้ทำการสนับสนุนการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 200, 83, 86 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2512 มาตรา 5, 13 นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญาดำที่ 654/2512 กับคดีอาญาดำที่ 652/2512 และคดีอาญาดำที่ 653/2513 นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากคดีอาญาดำที่ 654/2514 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ รับว่าเป็นคน ๆ เดียวกับคดีที่กล่าวตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13 จำคุก 2 ปี นับโทษต่อให้ตามขอ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องทุกมาตรา จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1 เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 เสียด้วย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามศาลชั้นต้น และลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานผู้สนับสนุน ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะส่วนที่ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ส่วนฎีกาสำหรับจำเลยที่ 2 ไม่รับ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 คดีจึงมีปัญหาว่า จะลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ ปัญหาความผิดตามมาตรา 149 และมาตรา 200 เป็นอันยุติ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ ในข้อหาความผิดตามมาตรา 149 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 มิได้รับเงินรายนี้จากผู้เสียหาย จึงไม่อาจเรียกได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตก็ตาม แต่จำเลยปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งในคดีนี้คือกรมป่าไม้หรือไม่ ตามคำพยานโจทก์ที่นำสืบมา ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปลัดอำเภอละเว้นไม่จับกุมไม้ของผู้เสียหายซึ่งเป็นไม้ที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่การละเว้นเช่นนี้จะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามความในมาตรา 157 ดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา 157 ใช้คำว่า "เพื่อ" ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งในที่นี้คือกรมป่าไม้ จึงต้องถือว่าเป็นเจตนาพิเศษ แต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความในคดีนี้ โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ ไม่จับกุมไม้รายนี้เพื่อจะให้เกิดความเสียหายแก่กรมป่าไม้โดยตรง แต่เป็นที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยที่ 1 มุ่งหมายที่จะช่วยราษฎรผู้กระทำความผิดเท่านั้น จำเลยที่ 1 จึงยังไม่มีความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาชอบแล้ว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2515 อัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายไพจิตร พรหมลา ที่ 1 นายแมว หรือประยงค์ ต.ประดิษฐ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายไพจิตร พรหมลา ที่ 1 นายแมว หรือประยงค์ ต.ประดิษฐ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4789/2565ฎีกา 975/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 1491/2537ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 3215/2538ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 4392/2531ฎีกา 1337/2538ฎีกา 5138/2537ฎีกา 13537/2553ฎีกา 1575/2518ฎีกา 2747/2529ฎีกา 4649/2533ฎีกา 858/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา