⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2740/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2740/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวน ประกอบกับพยานแวดล้อมกรณี สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดได้ 2. การถูกไล่ออกจากงาน แม้จะใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่หากไม่ถึงขั้นเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ไม่ถือเป็นบันดาลโทสะที่จะได้รับการลดโทษ

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย แต่โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณี และชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ โดยไม่มีข้อต่อสู้ใด ๆ ทั้งได้นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับให้พนักงานสอบสวนทำแผนที่และบันทึกไว้ดังนี้ ศาลรับฟังคำให้การรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนประกอบกับพยานแวดล้อมกรณีดังกล่าวแล้วได้ว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า โรงเรียนเป็นของบุตรผู้ตายโดยผู้ตายทำการเป็นเจ้าของโรงเรียนอยู่ เมื่อผู้ตายไม่ชอบจำเลย ก็ย่อมจะให้จำเลยออกจากโรงเรียนได้ การที่ผู้ตายบอกให้จำเลยออกไปจากโรงเรียนทันที เป็นการใช้ถ้อยคำรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยโกรธที่ถูกผู้ตายออกปากไล่ออกไปจากโรงเรียนในเดี๋ยวนั้น จึงหยิบปืนในกระเป๋าถือยิงผู้ตายไปทันทีดังนี้ การกระทำของจำเลยยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำลงโดยบันดาลโทสะ อันจะได้ลดโทษตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนรีวอลเวอร์ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและกระสุนปืนไม่รับอนุญาต และใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนางประสพสายกับนางกนกศรีหลายนัด ด้วยเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากจำเลยโกรธที่ถูกนางประสพสายกับนางกนกศรีไล่ออกจากงาน กระสุนปืนถูกนางประสพสายกับนางกนกศรีถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลยในวันนั้น เจ้าพนักงานได้ปืน กระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน และหัวกระสุนปืนเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ นาวาอากาศตรีสมศักดิ์ ประภาวิวัฒน์ สามีนางกนกศรี ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยมีปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วใช้ปืนยิงนางประสพสายกับนางกนกศรีตายโดยเจตนาฆ่า แต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ บทหนัก จำคุก ๒๐ ปี รับสารภาพชั้นสอบสวนลดหนึ่งในสาม จำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสูงขึ้น จำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวในภยันตรายอย่างร้ายแรงถึงชีวิต ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยแย่งปืนจากมือของนางกนกศรี ปืนลั่น ถูกนางกนกศรีโดยไม่เจตนาจะยิง นางประสพสายทำท่าจะล้วงเอาปืนจากในลิ้นชักโต๊ะ จำเลยจึงยิงนางประสพสายเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำคุก ๖ เดือนจำเลยเบิกความรับว่ามีปืนฯ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก ๔ เดือน ยกฟ้องข้อหาฆ่าผู้อื่น ริบของกลาง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนัก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายแต่โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณี ก่อนเกิดเหตุนายเล็กเห็นจำเลยเดินเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุที่ผู้ตายนั่งทำงานอยู่ โดยไม่มีคนอื่นอยู่ร่วมด้วย ต่อมา ๓ นาทีก็มีเสียงปืนดังในห้องนั้น ๔ นัดเสียงปืนดังแล้วนางสาวสุณีย์เห็นจำเลยถือปืนวิ่งออกไปจากโรงเรียนที่เกิดเหตุไปที่ถนน ชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพว่าผู้ตายทั้งสองออกปากไล่จำเลยให้ออกไปจากโรงเรียนเดี๋ยวนี้ จำเลยบันดาลโทสะจึงหยิบปืนในกระเป๋าจำเลยยิงผู้ตาย จำเลยนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนทำแผนที่เกิดเหตุและบันทึกการนำชี้ไว้และเบิกความรับรองว่าจำเลยให้การด้วยความสมัครใจ ดังนี้ รับฟังคำให้การรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนประกอบกับพยานแวดล้อมกรณีดังกล่าวแล้วได้ว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายทั้งสองโดยเจตนาฆ่า แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยาน ตามนัยฎีกาที่ ๑๔๕๖/๒๕๑๕ ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายณรงค์หรือเปี๊ยก หงษ์จำรัส กับพวก จำเลย จำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่า เมื่อจำเลยเข้าไปหานางประสพสายในห้อง นางประสพสายถามจำเลยว่า เมื่อไรจะออกไปจากโรงเรียน จำเลยตอบว่าจำเลยทำผิดอะไร ถ้าทำผิดจำเลยก็จะออก แล้วจำเลยย้อนพูดว่าเรื่องนางประสพสายเกี่ยวกับผู้ชายจำเลยรู้ นางประสพสายโกรธได้ออกปากไล่จำเลยออกไปจากโรงเรียนในเดี๋ยวนั้น จำเลยรู้สึกบันดาลโทสะขึ้นมาทันทีไม่ทันยั้งคิด ได้หยิบปืนในกระเป๋าถือยิงผู้ตายทั้งสองคนทันที ดังนี้ จะถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการบันดาลโทสะหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์สาเหตุที่จำเลยยิงผู้ตายทั้งสองคนแล้ว เกิดจากนางประสพสายโกรธจำเลยที่พูดว่านางประสพสายเกี่ยวข้องกับผู้ขาย จึงได้บอกให้จำเลยออกไปจากโรงเรียนทันทีจำเลยก็โกรธที่ถูกนางประสพสายบอกเช่นนั้น จึงใช้ปืนยิงผู้ตายทั้งสองคนแต่ได้ความว่าโรงเรียนสายประสิทธิ์วิทยา เป็นของบุตรนางประสพสายนางประสพสายทำการเป็นเจ้าของโรงเรียนอยู่ เมื่อนางประสพสายไม่ชอบจำเลยก็ย่อมจะให้จำเลยออกจากโรงเรียนได้ การที่นางประสพสายบอกให้จำเลยออกไปจากโรงเรียนทันที เป็นการใช้ถ้อยคำรุนแรงไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการกระทำของจำเลยจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำลงโดยบันดาลโทสะอันจะได้ลดโทษตามกฎหมาย พิพากษาแก้ ว่าจำเลยผิดและลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ กระทงหนักจำเลยฆ่าผู้อื่นถึง ๒ คนในขณะเดียวกัน ระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตลดชั้นสอบสวนหนึ่งในสาม จำคุก ๑๖ ปี นอกจากที่แก้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2740/2515 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นาวาอากาศตรีนายแพทย์สมศักดิ์ ประภาวิวัฒน์ โจทก์ร่วม นางศศิธร หรือเล็ก จิตรพันธ์ หรือสุริยพฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นาวาอากาศตรีนายแพทย์สมศักดิ์ ประภาวิวัฒน์ · จำเลย - นางศศิธร หรือเล็ก จิตรพันธ์ หรือสุริยพฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เพชรคุปต์ · พิชัย รชตะนันทน์ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายศิริ อติโพธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 1165/2537ฎีกา 435/2535ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา