⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2789/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2789/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างย่อมต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไป หากการกระทำนั้นเกิดขึ้นในทางการที่จ้าง หรือเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง แม้ว่าการกระทำนั้นจะนอกเหนือคำสั่งโดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ลูกจ้างได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลไร่ของนายจ้างให้ขับรถคัน เกิดเหตุไปซื้อแหนบรถมาใส่รถของนายจ้างคันที่เสียลูกจ้างไปซื้อแหนบรถแล้วขณะขับกลับไร่ มีผู้ว่าจ้างให้ขับรถไปส่งมันสำปะหลัง เมื่อส่งมันสำปะหลังแล้ว ขณะขับรถกลับไร่ได้เกิดชนกับรถของบุคคลอื่นโดยความประมาทของลูกจ้าง เช่นนี้ ถือว่ายังอยู่ในระหว่างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างอยู่นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดานายสุรินทร์ มีวัฒนะ ผู้ตาย จำเลยที่ ๑เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกตามหน้าที่ในทางการที่จ้างโดยประมาท เป็นเหตุให้ชนรถจี๊ปที่นายปรีชา แซ่ซิ้ม ขับทำให้นายปรีชาและนายสุรินทร์ถึงแก่ความตาย การที่นายสุรินทร์ตาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คือ ต้องเสียค่ารถยนต์บรรทุกศพค่าใช้จ่ายในการทำบุญและเผาศพ ค่าขาดไร้อุปการะ รวมเป็นเงิน ๕๒,๔๕๐ บาท จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์รวมเป็นเงิน ๔๐,๔๕๐ บาท กับค่าธรรมเนียม ค่าทนาย ๑,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒และจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาท ส่วนประเด็นที่ว่า จำเลยที่ ๑เป็นลูกจ้าง กระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ หรือไม่นั้น เห็นว่าจำเลยที่ ๑ เอารถบรรทุกคันเกิดเหตุไปซื้อแหนบรถมาใส่รถบรรทุกอีกคันหนึ่งของจำเลยที่ ๒ ที่เสีย โดยนายอินทรผู้ดูแลไร่ของจำเลยที่ ๒ รู้เห็นยินยอมเมื่อจำเลยที่ ๑ ซื้อแหนบรถได้แล้ว ก็ขับรถกลับไร่ ยังไม่ทันถึงไร่ มีนายโสมาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ขับรถบรรทุกมันสำปะหลังไปขาย เมื่อขายมันแล้วจำเลยที่ ๑ ขับรถกลับไร่ระหว่างทางกลับก็เกิดเหตุ การที่จำเลยที่ ๑ขับรถไปซื้อแหนบรถโดยนายอินทรผู้ดูแลไร่ของจำเลยที่ ๒ ยินยอมให้ไปจึงเป็นการไปกระทำกิจการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ เพื่อประโยชน์ในการใช้งานรถบรรทุกคันที่เสียของจำเลยที่ ๒ นั้นเอง เมื่อจำเลยที่ ๑ซื้อแหนบรถได้แล้ว ขณะขับรถกลับไร่ มีผู้ว่าจ้างให้บรรทุกมันสำปะหลังเสียเที่ยวหนึ่งก่อน แล้วจึงขับรถกลับไร่ก็เกิดเหตุ จึงยังอยู่ในระหว่างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่จำเลยที่ ๑ กระทำไปในทางการที่จ้าง ในฐานะนายจ้างที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า เพียงแต่นายอินทรผู้ดูแลไร่อนุญาตให้จำเลยที่ ๑นำรถออกไปซื้อแหนบรถ ไม่ได้อนุญาตให้จำเลยที่ ๑ เอารถไปใช้ทำอะไร ๆก็ได้นั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุ ยังอยู่ในระหว่างจำเลยที่ ๑ ปฏิบัติงานของจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างอยู่ คือกลับจากไปซื้อแหนบรถ การที่จำเลยที่ ๑ฝ่าฝืนคำสั่งนายจ้าง แต่ยังปฏิบัติงานของนายจ้างอยู่ นายจ้างจะอ้างเป็นเหตุไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกไม่ได้ ประเด็นเรื่องค่าสินไหมทดแทน เห็นว่า ที่ศาลล่างกำหนดให้นั้นเป็นการสมควรแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๖๐๐ บาทแทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2789/2515 นายทองสุข มีวัฒนะ โจทก์ นายบุญธรรม ไร่ข้าว ที่ 1 นายทองดี พุทธชาติ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองสุข มีวัฒนะ · จำเลย - นายบุญธรรม ไร่ข้าว ที่ 1 นายทองดี พุทธชาติ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน · ถนอม ครูไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเทพ ภักดีศุภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา