⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 292/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริง ย่อมหมายความว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องแล้ว ศาลจึงสามารถนำโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยหลายข้อหา กับขอให้นำโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ด้วยจำเลยรับสารภาพ เฉพาะข้อเคยต้องโทษนั้น จำเลยรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริง ที่จำเลยรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริงนั้น หมายความว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษและรอไว้ตามฟ้องนั่นเอง ถือได้ว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องแล้ว ศาลจึงบวกโทษของจำเลยที่รอไว้เข้ากับโทษในคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ มีอาวุธปืนฯไม่รับอนุญาตพกอาวุธปืนดังกล่าวไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 339, 371,58, 80, 90, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2510 มาตรา 3 กับขอให้บวกโทษจำเลยที่ศาลรอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงของศาลแขวงธนบุรีที่ 1881/2513เข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย จำเลยรับสารภาพข้อหาฐานชิงทรัพย์ ฐานมีอาวุธปืนฯ แต่ปฏิเสธข้อหาฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยรับต่อไปด้วยว่า เคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องสำหรับข้อหาฐานชิงทรัพย์และฐานมีและพกอาวุธปืนฯ ไปในทางสาธารณะลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 8 เดือน กับให้บวกโทษในคดีแดงที่ 1881/2513ที่รอการลงโทษไว้เข้าในคดีนี้ด้วย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นฟังมา ส่วนข้อขอให้นำโทษที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริง เป็นคนละเรื่องกับที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แต่ให้รอการลงโทษไว้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยให้การรับตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องและมีคำขอ จึงพิพากษาแก้ในส่วนนี้โดยไม่บวกโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้ โจทก์ฎีกาขอให้เอาโทษที่รอการลงโทษจำเลยไว้มาบวกกับโทษในคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นที่โจทก์ฎีกา โจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฟ้องโดยชัดแจ้ง และได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58อันเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการบวกโทษที่รอการลงโทษไว้กับโทษในคดีหลังมาในคำขอท้ายฟ้องด้วย จำเลยให้การรับสารภาพในข้อเคยต้องโทษเมื่ออ่านคำให้การของจำเลยแล้วจะเห็นได้ว่า จำเลยให้การรับว่าเคยต้องโทษตามฟ้องจริง ซึ่งหมายความรวมถึงเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษนั่นเองส่วนข้อความในคำให้การ จำเลยที่มีคำว่า "พ้นโทษ"อยู่ด้วยนั้น เห็นได้ว่าเป็นข้อความที่เกินเลยไปจากความเป็นจริง ฉะนั้น คำให้การของจำเลยจึงฟังได้ว่า จำเลยรับตามข้อความที่โจทก์กล่าวในฟ้อง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องในข้อนี้โดยมิได้โต้แย้งประการใด จึงถือได้ว่าจำเลยได้รับในข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษ แต่ให้รอการลงโทษไว้ และขอให้บวกโทษที่รอการลงโทษไว้กับคดีนี้ด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2515 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเอี่ยม หรือกิมเอี่ยม แซ่ก๊วย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายเอี่ยม หรือกิมเอี่ยม แซ่ก๊วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · เฉลิม สถิตย์ทอง · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา