⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 297/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลผูกพันคู่ความ และไม่อาจยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นให้พิจารณาพิพากษาทำลายคำพิพากษาของตนเองได้ หากคู่ความไม่เห็นพ้องด้วย ต้องใช้วิธีการอุทธรณ์หรือฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้าหากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องอย่างไรก็ชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 จะยื่นฟ้องให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาทำลายคำพิพากษาของศาลนั้นเองไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า วันเดือนใดจำไม่ได้ พ.ศ. 2512 จำเลยพูดเกลี้ยกล่อมหลอกลวงชักจูงให้โจทก์หลงเชื่อ ทำนิติกรรมว่าโจทก์กู้เงินจำเลย 9,000 บาท ในปีเดียวกันนั้นจำเลยได้ฟ้องโจทก์เรียกเงินตามสัญญากู้พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามสำนวนคดีดำที่ 301/2512ของศาลจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ให้การปฏิเสธ และจำเลยพูดหลอกลวงเชิงบังคับโจทก์ให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย ยอมใช้เงิน5,000 บาท ถ้าไม่ใช้ยอมโอนที่นา 60 ไร่ให้จำเลยภายใน 5 วันศาลจังหวัดสุรินทร์ได้พิพากษาคดีที่กล่าวแล้วตามสำนวนคดีแดงที่274/2512 ขอให้ศาลพิพากษาทำลายเอกสารสัญญากู้ยืมและสัญญาประนีประนอมยอมความ กับคำพิพากษาคดีแดงที่ 274/2512 ของศาลจังหวัดสุรินทร์ และพิพากษาว่าเอกสารดังกล่าวเป็นโมฆะกรรม ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ชอบที่จะอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่อาจใช้สิทธิขอให้ศาลพิพากษาทำลายคำพิพากษาของศาลนั้นเอง และพิพากษาว่าเป็นโมฆะได้ แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้อง เพราะฟ้องของโจทก์มีมูลพอรับไว้พิจารณา จึงต้องยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรค 3พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้น เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น และให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลทำให้ข้อพิพาทต่าง ๆ ระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850, 852โจทก์จะอ้างมาเป็นมูลฟ้องขอให้เพิกถอนทำลายสัญญากู้นั้นอีกหาได้ไม่ส่วนคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ซึ่งได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้าหากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร ก็ชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกาให้ศาลสูงแก้ไขได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 หากไม่กระทำเช่นนั้น จะยื่นฟ้องให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาทำลายคำพิพากษาของศาลนั้นเองย่อมไม่ได้เพราะคำพิพากษามีผลผูกพันคู่ความนับตั้งแต่วันที่อ่านคำพิพากษาแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2515 นางนวล หรือโนน พันธ์ศรี (หม้าย) โดยนางเสมียน กะการดี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายตืด พูนชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนวล หรือโนน พันธ์ศรี (หม้าย) โดยนางเสมียน กะการดี ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายตืด พูนชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท สุคนธมาน · อัศนี เกาไศยนันท์ · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7168/2542ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1591/2495ฎีกา 8207/2538ฎีกา 82/2512ฎีกา 953/2505ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 7339/2540ฎีกา 7631/2552ฎีกา 4541/2550ฎีกา 3222/2525ฎีกา 174/2538ฎีกา 2169/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา