⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 432/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าความผิดที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย แม้จำเลยอุทธรณ์เพียงฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดซึ่งมีอัตราโทษเบากว่านั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรมาด้วยกันสองฐาน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ยกข้อหารับของโจร แม้จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำผิด เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานรับของโจรซึ่งมีอัตราโทษที่จะลงเบากว่าความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2512ถึงวันที่ 30 มกราคม 2512 วันเวลาใดไม่ปรากฏ มีคนร้ายลักปืนสั้นขนาด .38 รวม 5 กระบอก ราคา 12,500 บาทของราชการกรมตำรวจศูนย์ฝึกชัยยะ จังหวัดเชียงใหม่ไป ครั้นระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม2512 ถึงวันที่ 30 มกราคม 2513 มีผู้พบจำเลยนำอาวุธปืนที่หายไปฝากผู้มีชื่อไว้ ทั้งนี้ โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักอาวุธปืนดังกล่าวหรือมิฉะนั้นก็รับไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดลักทรัพย์ เหตุเกิดที่ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลริมใต้อำเภอแม่ริม และตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8) จำคุก 4 ปีปรานีลดโทษตามมาตรา 78 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือนคำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ไม่ได้ คงฟังได้เพียงรับของโจร พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 3 ปี ปรานีลดโทษตามมาตรา 78ให้หนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยฎีกามีปัญหามาสู่การวินิจฉัยศาลฎีกาเฉพาะข้อหารับของโจรว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ ข้อหาลักทรัพย์เป็นอันยุติ โดยโจทก์ไม่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรตามฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โจทก์มิได้อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษฐานรับของโจร ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรจึงไม่ชอบ เพราะไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยในเรื่องรับของโจรอีกนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยโดยบรรยายข้อเท็จจริงในฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร และอ้างบทมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้น เป็นความผิดทั้งสองฐานมาด้วย เพื่อให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยตามความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งที่พิจารณาได้ความ ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ให้ลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่พิจารณาได้ความ แม้จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำผิดโดยฝ่ายโจทก์มิได้อุทธรณ์ก็ตามคดีก็ยังมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ว่าจำเลยได้กระทำความผิดดังคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลชั้นต้นหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานรับของโจรซึ่งมีอัตราโทษที่จะลงเบากว่าความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรซึ่งได้กล่าวไว้ในฟ้องได้ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานรับของโจร พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ จะถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ชอบหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2515 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ สิบตำรวจเอกพรหมา เดชเดิม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - สิบตำรวจเอกพรหมา เดชเดิม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · จรัญ อิศระ · แปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา