⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 439/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำที่หยาบคายและสื่อถึงอวัยวะเพศต่อหญิงสาวในที่สาธารณะ ถือเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยร้องด่าผู้เสียหายว่า 'ออกมาซิกูจะจับหีมึงให้มึงดู'และ 'มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง' ต่อหน้าคนเดินผ่านไปมาประกอบกับผู้เสียหายเป็นหญิงสาวเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายขายหน้า จึงเป็นถ้อยคำดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ เวลากลางวันจำเลยบังอาจดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าด้วยกล่าววาจาดูถูกดูหมิ่นนางสาววิไล อาจองค์ ด้วยการกวักมือเรียกนางสาววิไล อาจองค์แล้วกล่าวถ้อยคำด้วยเสียตะโกนดัง ๆ ว่า "ออกมาซิ กูจะจับหีมึงให้มึงดู" และกล่าวว่า "มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง" เหตุเกิดที่ตำบลในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตรขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกล่าวถ้อยคำดังฟ้องจริง แต่ข้อความดังกล่าวหามีความหมายเป็นการดูหมิ่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ไม่ แต่เป็นคำด่าที่หยาบคาย เป็นการกล่าวคำลามกตามมาตรา ๓๘๘โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ พิพากษากลับ ให้ปรับจำเลย ๒๐๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว ในชั้นฎีกามีปัญหาว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวว่า "ออกมาซิ กูจะจับหีมึง ให้มึงดู" "มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง" เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๓ หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายกับพี่สาวและพี่ชายจำเลยมีเรื่องทะเลาะด่ากันมาหลายเรื่อง วันเกิดเหตุจำเลยร้องด่าผู้เสียหายมาจากร้านของจำเลยซึ่งอยู่ตรงข้ามร้านผู้เสียหายว่า "ออกมาซิ กูจะจับหีมึง ให้มึงดู" และว่า "มึงไปเล่าใหม่ซิว่ากูจับหีมึง" โดยจำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวในขณะที่มีคนเดินผ่านไปมาหน้าร้านผู้เสียหาย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับผู้เสียหายไม่ถูกกันเพราะพี่สาวและพี่ชายจำเลยมีเรื่องด่าทะเลาะกันมาก่อน เมื่อจำเลยด่าผู้เสียหายด้วยถ้อยคำดังกล่าวต่อหน้าคนเดินผ่านไปมาประกอบกับผู้เสียหายเป็นหญิงสาวเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายขายหน้า จึงเป็นถ้อยคำดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2515 อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายชู หรือชู้ ปัญจะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายชู หรือชู้ ปัญจะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรม วรรณแสง · วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายประเสริฐ อัตชู · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม จันทร์กลัด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 2314/2529ฎีกา 1398/2506ฎีกา 110/2516ฎีกา 856-857/2502ฎีกา 2256/2537ฎีกา 1105/2519ฎีกา 295/2541ฎีกา 3324/2529ฎีกา 10/2527ฎีกา 272-273/2505ฎีกา 3725/2538ฎีกา 5257/2548ฎีกา 7572/2542ฎีกา 2202/2521ฎีกา 623/2524ฎีกา 1989/2506ฎีกา 2867/2547ฎีกา 3800/2527ฎีกา 370/2520ฎีกา 78-79/2502ฎีกา 238/2534ฎีกา 259/2514ฎีกา 223/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา