⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 606/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลต้องอยู่ภายใต้กรอบของพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบในสำนวนเท่านั้น การวินิจฉัยนอกเหนือพยานหลักฐานถือเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลี้ยวรถโดยไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวพยานโจทก์เบิกความแต่เพียงว่าไม่เห็นรถคันที่จำเลยขับให้สัญญาณเลี้ยว จำเลยเบิกความว่าขณะเลี้ยวจำเลยได้ให้สัญญาณไฟเลี้ยวแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก เมื่อจะเลี้ยวรถจะต้องให้สัญญาณแตรเสียก่อนจึงฟังว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณแตรก่อนเลี้ยวรถ ทั้งๆ ที่พยานโจทก์มิได้เบิกความถึงเรื่องสัญญาณแตร และจำเลยก็มิได้เบิกความรับเช่นนั้น ดังนี้ ย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือพยานหลักฐานในสำนวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม.7 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม.13 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.29 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.32 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์เก๋งเลี้ยวซ้ายด้วยความประมาทโดยไม่ให้สัญญาณเลี้ยว ตัดหน้ารถยนต์ประจำทางเฉี่ยวขอบไฟหน้ารถของรถประจำทางได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยให้การ (ที่ถูกน่าจะเป็นเบิกความ) ว่า ขณะเลี้ยวได้ให้สัญญาณไฟเลี้ยวแล้ว แต่พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2477 มาตรา 13, 32 และ 33 มีใจความว่า เมื่อจะเลี้ยวรถหรือผ่านรถประจำทางที่จอดอยู่ ต้องให้สัญญาณแตรเสียก่อน ในระยะที่ผู้ใช้ทางในที่นั้นจะมีเวลาตามสมควรที่จะแลเห็นหรือได้ยินสัญญาณนั้นล่วงหน้าได้ เหตุนี้ เห็นได้ว่าจำเลยได้ฝ่าฝืนกฎหมายโดยเลี้ยวรถไม่ให้สัญญาณแตรเสียก่อน แม้ฟังว่าจำเลยได้ให้สัญญาณไฟเลี้ยวแต่คนขับรถเมล์นั่งสูงกว่ารถยนต์ย่อมมองไม่เห็นไฟเลี้ยวของรถจำเลยได้ถนัด ถือว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณให้ผู้ขับรถเมล์ได้มีเวลาพอสมควรที่จะแลเห็นล่วงหน้า พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 32, 66; (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508มาตรา 7, 13 ให้ปรับจำเลย 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับ จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์ประมาทโดยไม่ให้สัญญาณไฟเลี้ยวไม่หมายถึงประมาทอย่างอื่น เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยประมาทอย่างอื่นไม่ตรงกับฟ้องก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ที่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณแตรก่อนเลี้ยว เป็นการวินิจฉัยคดีผิดจากฟ้องและคำพยานโจทก์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณเลี้ยวซ้ายได้ความจากคำเบิกความของนายปิ๋วคนขับรถเมล์ซึ่งเป็นประจักษ์พยานโจทก์ปากเดียวว่า นายปิ๋วไม่เห็นรถคันที่จำเลยขับให้สัญญาณไฟเลี้ยวคำเบิกความของนายปิ๋วดังกล่าว นอกจากจะเป็นคำเบิกความที่ไม่ยืนยันว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณเลี้ยวรถแล้ว ยังเป็นคำเบิกความที่เห็นได้อยู่ในตัวว่านายปิ๋วไม่ได้เบิกความถึงการให้สัญญาณเสียงแตรอีกด้วย ทั้งจำเลยก็มิได้เบิกความรับว่าไม่ได้ให้สัญญาณแตร ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีนี้ว่าจำเลยไม่ให้สัญญาณแตรก่อนเลี้ยวรถ จำเลยย่อมมีความผิดตามฟ้อง จึงเป็นคำวินิจฉัยนอกเหนือพยานหลักฐานในสำนวน จะลงโทษจำเลยเพราะเหตุนี้ไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2515 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายเล็ก สินธุชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายเล็ก สินธุชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ดวง ดีวาจิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 754/2486ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา