⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 624/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การขับรถยนต์โดยสารต่อไปโดยไม่จัดการมิให้ผู้โดยสารเกาะห้อยโหนตัวยื่นออกนอกรถ ถือเป็นการกระทำโดยประมาท 2. หากผู้เสียหายมีส่วนผิดในการกระทำละเมิด ความรับผิดของผู้กระทำละเมิดจะลดลงตามส่วน 3. ผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเป็นนายจ้าง ไม่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของลูกจ้าง เว้นแต่จะเป็นนายจ้างของลูกจ้างนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์โดยสาร เห็นโจทก์ยืนเกาะห้อยโหนบันไดรถ ตัวโจทก์ยื่นออกไปนอกรถ แล้วยังคงขับรถต่อไปโดยไม่จัดการมิให้มีการเกาะห้อยโหนเช่นนั้นเสียก่อน ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยประมาท โจทก์มีส่วนผิดเพราะเกาะห้อยโหนรถ ความรับผิดของจำเลยจึงต้องลดลงตามส่วน จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเพียงผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 อยู่แล้ว มิใช่นายจ้างของจำเลยที่ 1 ด้วยไม่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1080 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓มีหน้าที่ขับรถยนต์โดยสาร จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถ จำเลยที่ ๓เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๐๗ จำเลยที่ ๑ ขับรถดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ด้วยความประมาท ด้วยอัตราความเร็วสูงกว่ากฎหมายกำหนด ขณะขับผ่านสะพานมิได้ชะลอความเร็ว แต่กลับเร่งความเร็วและหักหลบรถที่แล่นสวนทางมา เป็นเหตุให้รถแฉลบเข้าหาข้างสะพานทางซ้ายมือ และเหวี่ยงตัวโจทก์ที่ยืนอยู่ในรถทางด้านหลังออกไปนอกรถ เบียดกับขอบสะพาน ทำให้โจทก์ตกลงกับพื้นถนน ได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส แพทย์โรงพยาบาลวชิรรับไว้รักษาตัวเป็นเวลา๒๒๘ วัน และลงความเห็นว่าโจทก์ต้องพิการไปตลอดชีวิต ขอเรียกค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนรวม ๖๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ขับรถโดยประมาท โจทก์ยืนเกาะห้อยโหนรถ ตัวยื่นออกไปนอกรถ พอดีรถขึ้นสะพาน ตัวโจทก์จึงไปเบียดกับข้างสะพาน พลัดตกจากรถ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยที่ ๑ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ ช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ ๒๗,๐๐๐ บาทเศษ โจทก์พอใจและตกลงกับจำเลยที่ ๒ ว่าจะไม่เรียกร้องค่าอื่น ๆ อีก จำเลยที่ ๒, ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ประมาท โจทก์เป็นฝ่ายประมาทเอง แม้โจทก์จะเป็นฝ่ายผิด จำเลยก็ยังช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้ ๑๘,๙๒๒ บาท จำเลยที่ ๓เป็นเพียงผู้ถือหุ้น มีจำเลยที่ ๒ เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ อยู่แล้วจึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาท เพราะเห็นโจทก์กระโโดยืนเกาะอยู่ที่บันไดรถชั้นล่างสุดในลักษณะห้อยโหนแล้วยังคงขับต่อไป เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗มาตรา ๒๔ แต่โจทก์เองก็มีส่วนผิด ความรับผิดของจำเลยที่ ๑ จึงต้องลดลงตามส่วน สำหรับค่ารักษาพยาบาล ๒๒๘ วันที่โจทก์เรียก ๕๐,๐๐๐ บาทจำเลยช่วยเหลือชำระให้ ๑๘,๙๒๒ บาทแทนโจทก์แล้ว เป็นจำนวนที่นับว่าพอสมควรอยู่ ส่วนค่ายา ค่ารักษาพยาบาลหลังจากจำนวน ๒๒๘ วันเป็นเรื่องนอกฟ้อง เงินค่าเฝ้าไข้พิเศษตามเอกสาร จ.๙ กับค่ายาตามเอกสารหมาย จ.๑-๒ รวม ๓,๔๔๐ บาท โจทก์ไม่ได้นำสืบว่ามีความจำเป็นอย่างไร จึงต้องจ้างคนเฝ้าไข้พิเศษ จึงไม่ควรให้จำเลยต้องรับผิด สำหรับค่าสินไหมทดแทน ให้จำเลยรับผิดชดใช้ให้โจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน ๒๐,๐๐๐ บาทพร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสียค่าธรรมเนียม ค่าทนายความให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลและค่าทนายความทั้งสองศาล ๕๐๐ บาทแทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ทราบว่าโจทก์เกาะห้อยโหนบันไดรถโดยสารที่ตนขับอยู่ โดยตัวโจทก์ยื่นออกไปนอกรถการที่จำเลยที่ ๑ ยังคงขับต่อไปโดยไม่จัดการมิให้มีการเกาะห้อยโหนเช่นนั้นเสียก่อน จะเรียกว่าจำเลยที่ ๑ มิได้รู้เห็นยินยอมด้วยหาชอบไม่ข้อเท็จจริงในคดีเชื่อได้ว่า หากจำเลยที่ ๑ ได้ใช้ความระมัดระวังไม่ยอมให้โจทก์เกาะห้อยโหนรถโดยสารเช่นนั้นอันตรายแก่กายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ก็จะไม่เกิดขึ้น จึงถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้กระทำโดยประมาทแต่อย่างไรก็ดี โจทก์เองก็มีส่วนประมาทอยู่ด้วย เมื่อพิเคราะห์ค่าสินไหมทดแทนที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้แก่โจทก์มานั้น เห็นว่าชอบด้วยรูปคดีแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ ต้องร่วมรับผิดด้วยนั้น เห็นว่ายังคลาดเคลื่อนอยู่ เพราะจำเลยที่ ๓เป็นแต่เพียงผู้ถือหุ้นและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ มิใช่นายจ้างของจำเลยที่ ๑ ด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นในบางส่วน พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงินรวมทั้งสิ้น สองหมื่นบาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น ให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยเฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าที่โจทก์ชนะคดี และเห็นสมควรกำหนดค่าทนายความสองศาล ให้จำเลยที่ ๑และจำเลยที่ ๒ ร่วมกันใช้ให้โจทก์เป็นเงินหกร้อยบาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาสำหรับจำเลยที่ ๓ ให้เป็นอันพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2515 นายธำรง หันตรา โจทก์ นายเกียง แซ่อึ้ง ที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด รถเมล์แดง ที่ 2 นางทองดี เกาะสุวรรณ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธำรง หันตรา · 2 - นายเกียง แซ่อึ้ง ที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด รถเมล์แดง ที่ · จำเลย - นางทองดี เกาะสุวรรณ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สุธรรม วรรณแสง · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิเชียร บุณยทรรศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกำจร ปัทมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา