⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 643/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลมีอำนาจพิพากษาคดีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการชี้สองสถาน หากเห็นว่าประเด็นข้อพิพาทเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว 2. ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าให้ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืนได้ 3. การฟ้องคดีขับไล่ผู้เช่า ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำกับการฟ้องคดีอาญาในข้อหาอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สินที่เช่า

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาคดีนั้นไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าจำต้องมีการชี้สองสถานก่อน เมื่อศาลชั้นต้นสอบถามและฟังคำแถลงของคู่ความ ได้จดคำรับของคู่ความไว้แล้วและเห็นว่าประเด็นข้อพิพาทไม่จำเป็นที่จะต้องสืบพยานต่อไป คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาคดีไปได้ จำเลยเป็นผู้เช่าแผงขายของจากโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืน หรือขอให้ขับไล่จำเลยได้จำเลยมิได้โต้เถียงว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทในอันที่จะให้เช่าจำเลยจะเถียงสิทธิโจทก์ว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นของผู้อื่นไม่ใช่ของโจทก์เจ้าของไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดี ย่อมเถียงไม่ขึ้น โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมาเกินอัตราค่าเช่าที่จำเลยเช่าแต่โจทก์แถลงขอเรียกร้องเอาเท่ากับค่าเช่าที่จำเลย ยอมรับว่าต้องเสียให้โจทก์แล้ว โจทก์ไม่ต้องสืบประเด็นข้อนี้ คดีก่อน พนักงานอัยการเคยฟ้องจำเลยทางอาญาเรื่องวางสิ่งของปิดทางเดินเข้าตลาด คดีนี้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตลาดสด จำเลยเช่าแผงลอยขายของเบ็ดเตล็ดอยู่ในตลาดของโจทก์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๐เนื่องจากการปฏิบัติงานไม่ชอบของปลัดเทศบาลของโจทก์ อนุญาตให้จำเลยตั้งแผงลอยบนถนนทางเท้าเข้าตลาดเป็นการผิดเทศบัญญัติ โจทก์จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ขนย้ายออกจากที่เช่าขอพิพากษาบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากตลาดสดของโจทก์ และชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๖๐๐ บาทแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่เช่า จำเลยให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า ตลาดสดที่ฟ้องไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์เป็นตลาดสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งจังหวัดเชียงรายและกระทรวงมหาดไทยมอบอำนาจให้โจทก์อาศัยสิทธิเก็บค่าเช่า โจทก์จึงมีฐานะเป็นตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มอบหมายให้โจทก์ห้ามไม่ให้จำเลยเข้าขายของและมิได้มอบหมายให้โจทก์ฟ้องคดี โจทก์ไม่มีอำนาจบอกเลิกการเช่า เมื่อประมาณเดือนมกราคม ๒๕๑๑ นายโกวิท ศุภมงคลเป็นนายกเทศมนตรี อ้างเท็จว่าตรงที่จำเลยขายของเป็นถนนทางเข้าตลาดเป็นการผิดเทศบัญญัติ จับกุมจำเลยฟ้องร้องศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษายกฟ้อง ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๐๘๒/๒๕๑๑ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายถึงเดือนละ ๖๐๐ บาท ในวันนัดชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลย จำเลยแถลงว่าที่จำเลยเข้าไปอยู่ในตลาดสดของเทศบาลโดยอาศัยสิทธิการเช่าที่จากนายจันทร์ ทัศนียานนท์ ปลัดเทศบาลคนเก่าตามเอกสารหมาย ล.๑ และจำเลยได้รับการบอกกล่าวจากเทศบาลให้ออกจากที่พิพาทก่อนฟ้องคดีนี้ประมาณ ๕ เดือน โจทก์แถลงว่า ที่จำเลยเข้ามาอยู่ในตลาดได้ก็โดยอาศัยหนังสือหมาย ล.๑ และขอเรียกค่าเสียหายตามที่จำเลยแถลงว่าได้เสียค่าเช่าให้เทศบาลเดือนละ ๑๕๐ บาทตลอดมานับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออก ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ มีคำสั่งให้งดกระบวนพิจารณาต่อไปพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากตลาดสดของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานและทำการสืบพยานต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในการพิจารณาคดีนั้น ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับว่าจำต้องมีการชี้สองสถานก่อน และคดีนี้ศาลชั้นต้นได้สอบถามและฟังคำแถลงของคู่ความ ได้จดคำรับของคู่ความไว้แล้ว เห็นว่า ประเด็นข้อพิพาทไม่จำเป็นที่จะต้องสืบพยานต่อไป คดีพอวินิจฉัยได้แล้วก็ไม่จำต้องระบุให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานเข้าสืบ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาคดีไปได้ทีเดียว ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและส่งมอบทรัพย์สินที่เช่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยแถลงรับว่าได้เข้าไปอยู่ในที่เช่าโดยอาศัยสิทธิการเช่าที่ปลัดเทศบาลของโจทก์ออกให้ จึงฟังได้ว่าจำเลยเช่าที่ดินตามฟ้องจากโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ให้เช่าจำเลยเป็นผู้เช่า โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้อง จำเลยจะเถียงโจทก์ผู้ให้เช่าว่าที่พิพาทที่ให้เช่าเป็นของผู้อื่นไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ผู้ให้เช่าไม่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของที่ให้เช่าให้ฟ้องคดีย่อมเถียงไม่ขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องค่าเสียหายนั้น แม้โจทก์จะเรียกร้องมาเดือนละ๖๐๐ บาท ซึ่งสูงเกินกว่าอัตราที่จำเลยเช่า แต่เมื่อโจทก์แถลงขอเรียกร้องเอาเท่ากับค่าเช่าที่จำเลยยอมรับว่าต้องเสียให้โจทก์เป็นรายเดือน ๆ ละ ๑๕๐ บาทอยู่แล้ว โจทก์ไม่ต้องนำสืบประเด็นข้อนี้ ส่วนประเด็นที่อ้างว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๘๐๒/๒๕๑๑ นั้น คดีดังกล่าวเป็นเรื่องพนักงานอัยการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในทางอาญาเรื่องที่จำเลยวางสิ่งของปิดทางเดินเข้าตลาดส่วนคดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย เป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2515 เทศบาลเมืองเชียงราย โดยนายโกวิท ศุภมงคล นายกเทศมนตรี โจทก์ นายสมเกียรติ คูสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาลเมืองเชียงราย โดยนายโกวิท ศุภมงคล นายกเทศมนตรี · จำเลย - นายสมเกียรติ คูสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · สุธรรม วรรณแสง · วิกรม เมาลานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายทิว บู่สาลี · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา