⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1331/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ฟ้องโจทก์ที่ไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย - ความผิดอาญาที่อาศัยข้อเท็จจริงอันเดียวกัน ย่อมขาดอายุความเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด - การใช้เอกสารที่มีข้อความไม่ตรงกับความจริงเท่านั้น ไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม หากมิได้บรรยายว่าเป็นเอกสารปลอมหรือเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงไว้ - การหลอกลวงเจ้าพนักงานให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการหรือเอกสารสิทธิ และเจ้าพนักงานหลงเชื่อออกเอกสารให้แก่ผู้กระทำผิด ไม่ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง หากผู้เสียหายมิได้ถูกหลอกลวงและผู้กระทำผิดมิได้ทรัพย์สินใดไปจากผู้เสียหาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 โดยบรรยายฟ้องเพียงกว้างๆ ว่า จำเลยบังอาจแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และเอกสารสิทธิ ไม่พอที่จะทำให้จำเลยรู้ว่าเอกสารที่โจทก์กล่าวถึงนั้นคืออะไร มีอยู่จริงหรือไม่ ถือได้ว่าฟ้องโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) เมื่อเหตุดังกล่าวเกิดมากว่า 10 ปีแล้ว ความผิดตามมาตรา 267 และความผิดตามมาตรา 137 ที่อาศัยข้อเท็จจริงอันเดียวกัน ย่อมขาดอายุความ การที่จำเลยใช้แบบแจ้งการครอบครองที่จำเลยแจ้งว่าที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลยนั้น เป็นการใช้เอกสารที่มีข้อความไม่ตรงกับความจริงเท่านั้น เมื่อโจทก์มิได้บรรยายว่าเป็นเอกสารปลอมหรือเป็นเอกสารที่จำเลยแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงไว้จึงเป็นฟ้องที่ขาดองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำเลยหลอกลวงเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลยเจ้าพนักงานหลงเชื่อได้ออกโฉนดให้แก่จำเลย กรณีเช่นนี้โจทก์ไม่ได้ถูกหลอกลวง และจำเลยก็ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดต่อโจทก์ฐานฉ้อโกง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า มารดาของโจทก์มีที่ดินเป็นสินเดิม ๑ แปลงเมื่อมารดาถึงแก่กรรม ที่ดินแปลงนี้ตกได้แก่โจทก์ โจทก์ได้มอบให้บิดาอาศัยครอบครองแทน เมื่อระหว่างวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๐๑ ถึงวันที่ ๒มีนาคม ๒๕๐๔ เวลากลางวัน จำเลยโดยเจตนาทุจริตได้บังอาจแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความลงในเอกสารราชการและเอกสารสิทธิ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่า ที่ดินดังกล่าวข้างต้นเป็นของจำเลย ได้มาโดยบิดาของโจทก์ยกให้ซึ่งเป็นความเท็จ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงได้ทำการรังวัดไต่สวน แล้วออกโฉนด ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของให้แก่จำเลยไป และเมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวมาแล้ว จำเลยบังอาจใช้แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค. ๑ เลขที่ ๒๖๓อันเป็นเอกสารราชการที่จำเลยแจ้งไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยความเท็จโดยมีวัตถุประสงค์ใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของตน ได้มาโดยการรับมรดก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงได้มอบโฉนดนั้นให้จำเลยไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๒๖๘, ๓๔๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ที่ดินรายพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าโจทก์ไม่เคยแจ้งการครอบครอง ถือว่าโจทก์เจตนาสละสิทธิครอบครองและขาดสิทธิในที่พิพาท โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สำหรับข้อหาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗ นั้น ฟ้องของโจทก์บรรยายถึงเอกสารที่จำเลยแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรจดข้อความอันเป็นเท็จลงไปไว้แต่เพียงกว้าง ๆ ว่าเป็นเอกสารราชการและเอกสารสิทธิเท่านั้น ไม่พอที่จะทำให้จำเลยรู้ได้ว่าเอกสารที่โจทก์กล่าวถึงนั้น คืออะไร มีอยู่จริงหรือไม่ เพราะเอกสารราชการและเอกสารสิทธิมีอยู่มากมายหลายอย่างด้วยกัน ถือได้ว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) ที่โจทก์ฎีกาว่าการแจ้งเท็จตามฟ้องของโจทก์ถึงจะลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๗ ไม่ได้ ก็ยังเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา ๑๓๗แม้โจทก์จะมิได้อ้างบทมาตรามาในฟ้อง ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่๒๐ มีนาคม ๒๕๐๑ นั้น เป็นอันยุติ เพราะโจทก์ไม่ได้ฎีกาคัดค้านขึ้นมาเมื่อข้อหาของโจทก์ตามมาตรา ๒๖๗ ขาดอายุความ เพราะข้อเท็จจริงที่ว่านี้ความผิดฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๓๗ ซึ่งอาศัยข้อเท็จจริงอันเดียวกันก็ต้องขาดอายุความด้วย สำหรับข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้แบบแจ้งการครอบครองที่ดินอันเป็นเอกสารราชการที่จำเลยแจ้งไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยความเท็จนั้นก็เป็นเรื่องจำเลยใช้เอกสารที่มีข้อความไม่ตรงกับความจริงเท่านั้นแต่จะเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ หรือเป็นเอกสารที่จำเลยแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงไว้หรือไม่ ในฟ้องของโจทก์ก็ไม่ปรากฏ ฟ้องของโจทก์จึงขาดองค์แห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ไม่มีมูลที่จะรับไว้พิจารณาเช่นเดียวกัน ส่วนข้อหาตามมาตรา ๓๔๑ นั้น ปรากฏตามฟ้องของโจทก์ว่าผู้ที่ถูกจำเลยหลอกลวงคือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพร และเจ้าพนักงานที่ดินดังกล่าวเป็นผู้ออกโฉนดอันเป็นเอกสารสิทธิให้แก่จำเลย โจทก์ไม่ได้ถูกจำเลยหลอกลวง และจำเลยก็ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดต่อโจทก์ฐานฉ้อโกง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2516 นางสุพิน ลิมปิสวัสดิ์ โจทก์ นางวิมล เสรฐภักดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุพิน ลิมปิสวัสดิ์ · จำเลย - นางวิมล เสรฐภักดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 284/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา