⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1414/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ถือว่าโจทก์ไม่ได้อ้างกฎหมายอันใดมาเลย จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลจะปรับบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายฉบับใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2512 จำเลยซึ่งไม่มีความรู้ในวิชาชีพที่จะประกอบโรคศิลปะทุกสาขา ได้บังอาจประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรม โดยรับจ้างรักษาโรคทั่วไป และฉีดยาให้แก่บุคคลทั่วไปทั้งนี้ โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะพ.ศ.2479 มาตรา 11, 21 ตามที่มีแก้ไข ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องแต่เวลาที่จำเลยกระทำผิด พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะในส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรมได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ.2511 แล้ว ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามที่โจทก์ขอมาท้ายฟ้องหาได้ไม่ และจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรค 4 มาปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ.2511 หาได้ไม่ เพราะการที่โจทก์อ้างกฎหมายที่ยกเลิกแล้วมาขอให้ลงโทษจำเลยนั้น เท่ากับไม่ได้อ้างกฎหมายอันใดมาเลยจึงไม่ใช่เรื่องอ้างฐานความผิดหรือบทกฎหมายผิด (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11/2516)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลป พ.ศ.2479 ม.11 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลป พ.ศ.2479 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2504 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2509 ม.6 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2511 ม.3 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2511 ม.21

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๒เวลากลางวัน จำเลยซึ่งไม่มีความรู้ในวิชาชีพที่จะประกอบโรคศิลปะทุกสาขาและโดยมิได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมาย ได้บังอาจประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรม รับจ้างรักษาโรคและฉีดยาให้แก่บุคคลทั่วไปตามวันเวลาข้างต้น จำเลยได้กระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง กล่าวคือ จำเลยได้ฉีดยาแคลเซี่ยมเข้าเส้นเลือดของนางประเทียบ ใจแจ้ง เนื่องจากจำเลยไม่มีความรู้ความสามารถจึงฉีดยาเข้าเส้นไม่สม่ำเสมอและไม่รู้จักปล่อยยาเข้าเส้นเลือด และฉีดยามากเกินไป เมื่อนางประเทียบ ใจแจ้ง แพ้ยาที่จำเลยฉีดเข้าไปแล้ว จำเลยก็ไม่รู้จักแก้ไข เป็นเหตุให้นางประเทียบ ใจแจ้ง ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙มาตรา ๑๑, ๒๑ พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑และให้ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรม โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายลง โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑อันเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ จำคุกจำเลย ๔ ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๔ เป็นจำคุก ๓ ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๑๑, ๒๑ พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๖ ให้จำคุก๖ เดือน การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๔ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ เดือน ๑๕ วัน ข้อหาฐานทำให้คนตายโดยประมาทให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมิได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะนางประเทียบ ใจแจ้ง ผู้ตายได้ถึงแก่ความตายเพราะเหตุที่จำเลยฉีดยาแคลเซี่ยมเข้าเส้นเลือดของผู้ตาย แล้วผู้ตายแพ้ยาซึ่งจำเลยไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะไม่เคยศึกษาเล่าเรียนวิชาแพทย์มาก่อนเลย การกระทำของจำเลยจึงเข้าลักษณะกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ในประเด็นเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เนื่องจากวันที่จำเลยกระทำความผิดนี้เป็นเวลาที่ได้มีพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. ๒๕๑๑ ออกใช้บังคับแล้ว จึงมีปัญหาว่า ยังจะถือว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะดังที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษหรือไม่ ปัญหานี้ แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกามาแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ปัญหานี้แล้วมีมติว่า พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะในส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรมได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. ๒๕๑๑ แล้วศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามที่โจทก์ขอมาท้ายฟ้องหาได้ไม่ และการที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะในส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรมซึ่งได้ถูกยกเลิกแล้วนั้น ศาลจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๔ มาปรับลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ หาได้ไม่การที่โจทก์อ้างกฎหมายที่ยกเลิกแล้วมาขอให้ลงโทษจำเลยนั้น เท่ากับโจทก์ไม่ได้อ้างกฎหมายอันใดมาเลย เพราะพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรมไม่มีอยู่เสียแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องโจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทกฎหมายผิด จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ ให้จำคุกจำเลย ๔ ปี คำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้๑ ใน ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๓ ปีของกลางริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2516 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายตี้ หรือจรัส ตันตระกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายตี้ หรือจรัส ตันตระกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายชัยนาท พันตาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 160/2533ฎีกา 679/2485ฎีกา 2417/2540ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2486/2558ฎีกา 537/2554ฎีกา 443/2489ฎีกา 1051/2510ฎีกา 2059/2522ฎีกา 7407/2553ฎีกา 2560/2544ฎีกา 5665/2538ฎีกา 7273/2539ฎีกา 17581/2555ฎีกา 2690/2535ฎีกา 436/2497ฎีกา 628/2537ฎีกา 2750/2543ฎีกา 852/2490ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2588/2524ฎีกา 5246/2548ฎีกา 6299/2534ฎีกา 1610/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา