⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1972/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ฉุดคร่าพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร โดยมีพวกคอยคุ้มกันและขัดขวางผู้เข้าช่วยเหลือ และพวกของจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เข้าขัดขวาง ถือว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฉุดคร่าพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร โดยมีพวกของจำเลยคอยคุ้มกันขัดขวางไม่ให้ใครเข้าช่วยหญิงนั้น และพวกของจำเลยได้ใช้ปืนยิงพยายามฆ่าน้องสาวและบิดาของหญิงนั้นซึ่งเข้ามาขัดขวางถือว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เข้าขัดขวางนั้นด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก ๔ คน ได้บังอาจร่วมกันฉุดคร่านางสาวอุยซิมไปเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยกับพวกใช้กำลังประทุษร้ายและใช้อาวุธปืนยิงนางสาวเซี่ยมง้อ นางเฉ่งริ้ว ซึ่งเข้าไปช่วยเหลือนางสาวอุยซิมหลายนัดโดยเจตนาฆ่าแต่เพราะจำเลยกับพวกยิงปืนไม่แม่น กระสุนปืนจึงพลาดไม่ถูกนางสาวเซี่ยมง้อ และถูกนายเฉ่งริ้วในที่ไม่สำคัญ บุคคลทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตาย นอกจากนี้จำเลยกับพวกยังได้เตะนางสาวเซี่ยมง้อด้วย เพื่อปกปิดและหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญานอกจากนี้จำเลยกับพวกยังได้ร่วมกันชิงทรัพย์ของนางสาวอุยซิมด้วยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐,๓๓๙, ๘๓ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒๘๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปจนเหลือพนักงานสอบสวนอีกเพียงปากเดียว จำเลยยื่นคำให้การรับสารภาพในข้อหาพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร ส่วนข้อหาชิงทรัพย์และพยายามฆ่า คงปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ จำคุก ๓ ปี กับมาตรา ๒๘๙, ๘๐ จำคุก๑๖ ปี ลดโทษในข้อหาพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตามมาตรา ๗๘ ให้หนึ่งในสามเหลือจำคุก ๒ ปี รวมเป็นจำคุกจำเลย ๑๘ ปี ข้อหาฐานชิงทรัพย์ให้ยกฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารในสถานเบาและยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยนำสืบว่าคนที่ใช้ปืนยิงเป็นชาย ๓ คนที่ออกมาจากบ้านที่จำเลยไปพัก ซึ่งจำเลยไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ใช่พวกของจำเลยที่ร่วมกันฉุดนางสาวอุยซิม แต่โจทก์มีประจักษ์พยานคือนางสาวอุยซิมนางสาวเซี่ยมง้อเบิกความยืนยันว่าจำเลยกับพวกรวม ๕ คนอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ร่วมกันฉุดพานางสาวอุยซิมและขัดขวางไม่ให้นางสาวเซี่ยมง้อ นายเฉ่งริ้วบิดาเข้ามาช่วยเหลือ โดยใช้อาวุธปืนยิง หาใช่เป็นคนอื่นที่จำเลยไม่เคยรู้จักไม่เพราะได้ออกมายืนที่ปากตรอกทางเข้าบ้านแห่งเดียวกันในขณะแรกพบนางสาวอุยซิมในชั้นสอบสวน จำเลยก็ให้การรับว่าได้มีความรักใคร่นางสาวอุยซิมมาก่อน จึงหาโอกาสร่วมกับพรรคพวกทำการฉุดคร่านางสาวอุยซิมเอาไปเป็นภรรยาและพวกของจำเลยเองเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงนายเฉ่งริ้ว การที่จำเลยเป็นคนลงมือฉุดคร่าพานางสาวอุยซิมไปมีพรรคพวกคอยคุ้มกันขัดขวางไม่ให้ใครเข้ามาช่วยนางสาวอุยซิม และใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่จะเข้ามาขัดขวางนั้น จึงถือได้ว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดนั้นด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2516 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายกิ่ง เอี่ยมสะอาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายกิ่ง เอี่ยมสะอาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท สุคนธมาน · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายเฉลิม การปลื้มจิตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ พยัคฆบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3237/2543ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 6675/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521ฎีกา 1189/2537ฎีกา 9368/2552ฎีกา 786/2519ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา